ศาลฎีกาฯเตรียมพร้อมนัดไต่สวนคดีชั้น 14 อสส.ส่งคำชี้เเจงเเล้วระบุ ไร้ข้อเท็จจริง ชี้ เป็นชั้นบังคับคดี “วิญญัติ”เผย เผย“ทักษิณ” ไม่ต้อง มาศาล รับมอบอำนาจเเจงเเล้ว ศาลอนุญาตขยายส่งคำชี้เเจง 23 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวันที่ 13 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพร้อมหรือนัดไต่สวน กรณีความปรากฏการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม4/2551 ,คดีหมายเลขแดงที่ อม.10 /2552 ,คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยในคดีทั้ง 3 คดี แจ้งต่อศาลว่ามีข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำร้อง หรือไม่ พร้อมกับสำเนาคำร้องให้ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ให้ชี้แจงข้อประกอบการพิจารณาของศาล ว่าการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาล หรือไม่ พร้อมแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน
โดยมีรายงานว่าทางศาลฎีกาฯ กำลังประเมิณว่าในวันดังกล่าวจะมีผู้สื่อข่าวเดินทางมาทำข่าวมากน้อยเเค่ไหน ถ้ามากันจำนวนมากก็จะมาการกันโซน หน้าอาคารศาลฎีกาฝั่งคลองหลอดเพื่ออำนวยความสะดวก หรือหากกรณีมีรถถ่ายทอดสด ของสถานีสื่อก็สามารถทำการถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สดได้ภายนอกเขตอาคารศาล
สำหรับสื่อมวลชนที่จะประสงค์เข้าไปทำข่าวในศาลฎีกาฯก็จะต้องมีการขออนุญาตทำข่าว โดยปฏิบัติตามระเบียบของศาล ห้ามถ่ายภาพคลิปวีดีโอในบริเวณอาคารศาล โดยทางศาลฎีกาก็จะพิจารณาดูว่ามีสื่อมวลชนขออนุญาตเข้าไปทำข่าวในห้องพิจารณาคดีจำนวนมากหรือไม่ ถ้ามีจำนวนมาก ก็อาจจะเปิดห้องถ่ายทอดสัญญาณ คอนเฟอร์เรนซ์อีกห้องหนึ่ง เเต่ถ้าจำนวนไม่มากก็จะอนุญาตให้เข้าฟังในห้องพิจารณาคดีได้ โดยทั้งสองห้องผู้ที่เข้าฟังจะต้องฝากเครื่องมือสื่อสารไว้ข้างนอก นำเข้าได้เพียงสมุด ปากกา
ในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยก็จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเเละเจ้าพนักงานตำรวจศาลดูเเลเป็นหลักรวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.เเละตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ประเมิณเหตุการณ์เองซึ่งก็คาดว่า ในวันดังกล่าวจะยังไม่มีมวลชนมาเยอะเนื่องจาก เป็นการนัดพร้อมไต่สวนคำชี้เเจงที่ได้หมายเรียกมาจากคู่ความเเละหน่วยงานต่างๆ
ศาลฎีกาฯเองก็ไม่ได้ออกหมายเรียกตัวนายทักษิณ มาไต่สวนในวันดังกล่าว ทางองค์คณะทั้ง 5 คนหรือทางศาลฎีกาก็ยังไม่มีคำสั่งอะไรเป็นพิเศษมา ก็คาดว่าในวันที่ 13 มิ.ย.นี้จะยังไม่มีคำสั่งชี้ขาดเกี่ยวกับปมบังคับโทษเลย ก็ต้องรอดูว่าองค์คณะทั้ง 5 ของศาลฎีกาฯนักการเมืองจะพิจารณาคำชี้เเจงเเละมีคำสั่งอย่างไรต่อไป ตอนนี้ก็ให้นักข่าวที่จะไปทำข่าวสามารถยื่นคำร้องขอทำข่าวได้หมดเลย ทางศาลฎีกาก็ได้เตรียมที่จอดรถไว้รองรับกว่า 200 คัน
ด้านความคืบหน้าจากทางฝั่งอัยการสูงสุดในฐานะโจทก์ว่า โดยขณะนี้ทางอัยการสูงสุดยังไม่ได้มอบหมายให้ใครไปศาลฎีกา หรือจำเป็นที่อัยการจะต้องเดินทางไปหรือไม่ เเต่ถ้าในหน้างานก็จะเป็นของสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ ซึ่งจนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้มีคำสั่งมอบหมายให้ใครไป โดยมีรายงานว่าทางอัยการสูงสุดได้มีการชี้เเจงไปยังศาลฎีกา ทำนองว่าไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เนื่องจากเป็นชั้นบังคับคดี หลังจากศาลมีคำพิพากษาเเล้วทางอัยการก็ไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความเเละผู้รับมอบอำนาจนายทักษิณ กล่าวว่าในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ตนเเละทีมทนายความก็จะเดินทางไปศาลฎีกา ในส่วนประเด็นชี้เเจงเราก็ทำเตรียมไปชี้แจง เนื่องจากการพิจารณาคดีนี้เป็นรูปเเบบลักษณะคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็เตรียมชี้เเจงในส่วนที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายในขณะต้องรับโทษตามความเป็นจริง ก็ต้องดูว่าภายหลังจากศาลได้รับข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆเเล้ว ศาลจะมีการดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างไร หรือมีประเด็นอะไรเพิ่มหรือไม่ ซึ่งตนเป็นทั้งทนายความเเละในฐานะผู้รับมอบอำนาจสามารถกระทำการเเทนตัวการได้ ในที่กฎหมายให้กระทำการแทนได้ ในส่วนมวลชนก็คาดว่าจะไม่มีเดินทางไป ตนทำคดีมาก็ไม่เคยมีลักษณะที่จะนำมวลชนไปศาล ทนายทำหน้าที่ทนายไม่ใช่ผู้นำมวลชน ที่ผ่านมาก็ทำคดีโดยยึดตามหลักกฎหมายเป็นไปตามขั้นตอน ในส่วนนายทักษิณลูกความของตนก็จะไม่ได้เดินทางไปศาลด้วยเนื่องจากศาลฎีกาฯนักการเมืองก็ไม่ได้มีหมายเรียกท่านมา ท่านต้องใช้สิทธิชี้แจงต่อศาลตามกระบวนการ
เปิดเผยเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอศาลฎีกาฯนักการเมืองขอขยายเวลาส่งเอกสารไต่สวนไป 30 วัน โดยศาลฎีกาฯอนุญาตถึงวันที่ 23 มิถุนายน

