
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4(ผบช.ภ.4) กล่าวถึงกรณีตำรวจภ.จว.ขอนแก่น จับกุมนางสุดา ชาวอ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น หลังสืบสวนสอบสวนพบว่า เป็นมารดาของ “น้องไอดิน” ทารกเพศชาย ที่ถูกแทง 14 แผล ฝังกลบดินในป่ายูคาลิปตัส จ.ขอนแก่น ก่อนมีผู้พบร่างและนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ให้การช่วยเหลือจนขณะนี้สามารถหายใจได้เองแล้ว ว่า หลังจากชุดสืบสวนลงพื้นที่โดยรอบจนพบนางสุดา เมื่อนำตัวมาสอบสวนตอนแรกยืนกรานปฏิเสธ กระทั่งจำนวนด้วยหลักฐาน ก่อนให้การยอมรับว่าเป็นมารดาและก่อเหตุทำร้ายและฝังร่างเด็กจริง ทั้งนี้นางสุดาเป็นหญิงทำงานใช้แรงงงาน รูปร่างท้วม ปัจจุบันอายุ 42 ปี มีบุตรมาแล้ว 3-4 คน โดยเคยแท้งลูกมาก่อน จึงคลอดลูกง่าย ก่อนเกิดเหตุตั้งครรภ์ 9เดือน โดยไม่มีใครรู้ นางสุดาอ้างว่า แม้แต่สามีก็ปกปิดมาตลอด โดยผู้พบเห็นต่างคิดว่าอ้วนขึ้น กระทั่งวันเกิดเหตุให้การว่าไปช่วยสามีตัดไม้ยูคาฯ กระทั่งปวดท้องเหมือนคลอด จึงหลบไปคลอดลูก โดยง่าย แล้วเก็บกิ่งไม้บริเวณนั้นเหลาจนแหลม ใช้ตัดสายรก และใช้ไม้อันเดียวกันแทงตามตัวทารกจนคิดว่าเสียชีวิต จึงขุดหลุม เอาใบไม้รอง จับทารกคว่ำหน้าแล้วฝังดิน
ผบช.ภ.4 กล่าวว่า นางสุดา ไม่ต้องการเก็บเด็กไว้ ด้วยเหตุผลบางประการ ตำรวจกำลังสอบสวน โดยได้ส่งดีเอ็นเอของนางสุดา รวมทั้งของสามีนางสุดา ไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของน้องไอดินแล้ว คาดว่าวันที่ 29 ก.พ.จะทราบผลที่ชัดเจน ทั้งนี้ตำรวจต้องสอบทุกประเด็นรวมถึงว่าประเด็นว่าสามีนางสุดามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หรือมีบุคคลอื่นเข้ามาข้องเกี่ยวเป็นมูลเหตุ หรือร่วมกระทำผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าดีใจที่น้องไอดินหายใจได้เองแล้ว ตอนนี้ก็ต้องร่วมภาวนาให้มีชีวิตรอด ส่วนบาดแผลต่างๆก็สมานได้เร็วเนื่องจากเป็นทารกอยู่ แพทย์ที่รักษาแจ้งว่าเหตที่ถูกฝังแล้วไม่เสียชีวิตคนเป็นเพราะเด็กคว่ำหน้า กดทับแผล จึงเสียเลือดไม่มาก ขณะที่ทราบว่ามีคนใจดีจำนวนมากยื่นความประสงค์ขอร่วมอุปการะเด็กคนนี้แล้ว ทั้งนี้เบื้องต้นต้องดูว่าเด็กจะอยู่ในความดูแลของผู้ใด แม้ตามกฎหมายต้องให้บิดา มารดา เป็นผู้ดูแล แต่จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเห็นชัดว่าผู้ให้กำเนิดไม่ต้องการเด็ก ก็ต้องเป็นเรื่องที่พิจารณากันต่อไป

