เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการต่อแถวเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่บางส่วนเริ่มหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว มาแสดงความจงรักภักดีก่อนเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดสลับกับท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมตลอดทั้งวัน
นายนพพร เทพสิทธา ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบมศพ ว่า ตอนเป็นเด็กคุณพ่อ (สมพร เทพสิทธา) ก็มักจะเล่าเรื่องและพระราชกรณียกิจของพระองค์ให้ฟังอยู่เสมอ พระองค์จึงเปรียบเสมือนเป็นบุคคลต้นแบบ (โรล โมเดล) ของตน ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นไปต้นมา พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถในหลายด้าน มีความเข้าใจทั้งทางโลก และทางธรรม หลักปรัชญาและแนวคิดของพระองค์ทรงมีความเข้าใจธรรมชาติ มีความสมดุล และสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้จริง
“หลักการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาถือเป็นหลักการได้จริง เพราะเราต้องเข้าใจและเรียนรู้ให้ถ่องแท้เสียก่อน เพื่อที่สามารถงานเดินและสำเร็จได้ นอกจากนี้ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ยังถือเป็นหลักการที่ไม่ล้าสมัย และสามารถตอบโจทย์กับเศรษฐกิจโลกได้ในขนาดนี้ โดยเฉพาะการมีคุ้มกัน มีสติ เดินทางสายกลาง ไม่ทุนนิยมมากเกิน และการรู้จักพึงพอตัว ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าจะช่วยให้ประเทศไทย สามารถเดินหน้าได้ ภายใต้สังคมเศรษฐกิจโลกที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง” นายนพพรกล่าว
ศ..ดร.อัมพร ธำรงลักษณ์ อาจารย์ประจำสาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้โอกาสในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งที่ 5 และช่วยมาเป็นจิตอาสาพับกระทงใส่อาหาร พร้อมกับพี่สาว ที่เต็นท์หลวงปู่พุทธะอิสระ ฝั่งตรงข้ามประตูเทวาภิรมย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากเข้ากราบสักการะพระบรมศพเสร็จ ก็มีคนชักชวนให้ไปเป็นจิตอาสาพับกระทงใส่อาหาร ให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งพอดีในช่วงเช้า ไม่ติดภารกิจอะไร จึงตัดสินใจมาเป็นจิตอาสา ซึ่งเมื่อได้มาเป็นจิตอาสาแล้วก็รู้สึกดี และตั้งใจไว้ว่า หากมีโอกาสก็จะมาเป็นจิตอาสาในส่วนอื่นๆอีก โดยเฉพาะการทำดอกไม้จันทน์
“การมากราบสักการะพระบรมศพในแต่ละครั้ง ทำให้ดิฉันได้เจอแต่เรื่องดีๆ เจอผู้คนดีๆ ได้เห็นถึงความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ของประชาชนชาวไทยที่มาเป็นจิตอาสา ทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็มีความเต็มใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน”ศ.ดร.อัมพร กล่าว
ศ.ดร.อัมพร กล่าวว่า จำได้ว่า สมัยที่ได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใหม่ๆ ได้มีโอกาสรับเสด็จและถวายงานพระองค์ ในงานพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย ซึ่งตนเองได้เป็นไม้หนึ่งในการส่งต่อปริญญาบัตร ไปยังพระหัตถ์ของพระองค์ นับเป็นความทรงจำที่ไม่ลืมเลือน ซึ่งในชีวิตรับราชการก็ได้น้อมนับหลักการของพระองค์มาใช้ในหน้าที่การงาน คือ การตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด และไม่คดโกง
ขณะที่ น.ส.กัณจนางค์ พงษ์ไทย อายุ 57 ปี ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 13 แล้ว ที่ได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพ ดิฉันมีความตั้งใจใช้เวลาช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ติดภารกิจอะไรเดินทางมากราบสักการะพระองค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้สึกรักและคิดถึงพระองค์ท่าน รวมทั้งการมาแต่ละครั้งยังเปรียบเสมือนเป็นการได้ตอบแทนคุณของพระองค์ ทุกครั้งที่มาและกลับบ้านไป จึงรู้สึกปลาบปลื้มหัวใจเป็นอย่างมาก
“แม้ว่าตลอดช่วงชีวิตจะไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ แต่ดิฉันก็รู้สึกรักและเทิดทูนพระองค์อย่างมาก เพราะพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ราษฎร ไม่ถือพระองค์เอง โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจการช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อน ถือเป็นพระราชกรณียกิจที่ดิฉันประทับใจมาก รวมทั้งการจัดตั้งสหกรณ์โคนม ก็ถือเป็นสิ่งที่ดิฉันประทับใจ เนื่องจากเป็นการสร้างอาชีพให้แก่ราษฎร” น.ส.กัณจนางค์ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง มีจำนวนทั้งสิ้น 28,578 คน รวม 156 วัน มี 5,945,201 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,350,572.50 บาท รวม 156 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 488,141,514.76 บาท




