เสี่ยรับเหมา ถูกย่องเข้าห้องรีสอร์ต ฉกทอง 13 บาทหายวับ แจ้งความไม่คืบ

16.06.25 | 20:01 น.

เสี่ยรับเหมา ถูกย่องเข้าห้องรีสอร์ต ฉกทอง 13 บาทหายวับ แจ้งความไม่คืบ


วันที่ 16 มิถุนายน กรณีเสี่ยรับเหมาก่อสร้าง ถูกตีนแมวย่องเข้ามางัดห้องพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่งย่านคลองหลวง ในขณะนอนหลับ ถูกขโมยทองคำกว่า 13 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง มูลค่ากว่า 7 แสน หายเข้ากลีบเมฆ แจ้งความคดีไม่คืบ ทั้ง ๆที่มีคลิปชัดเจน สงสัยรีสอร์ตอาจมีเอี่ยว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ นายกิตติศักดิ์ อายุ 32 ปี หรือ โอ๊ต เสี่ยรับเหมา มาร้องนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ขอให้ช่วยเหลือเพราะมีหลักฐานทั้งหมด อยากให้กระตุ้นจี้คดี เพราะทองคำมีมูลค่าความเสียหายจำนวนไม่น้อย

นายกิตติศักดิ์บอกว่า ตนเป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้รับเหมางานไฟฟ้า ในกรุงเทพฯหลายแห่งซึ่งทำงานเก็บออมมา 5 ปี มี สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 7 บาท  ข้อมือสายเลสน้ำหนัก 5 บาท ข้อมือปี่เซียะ 1 บาท และพระหลวงพ่อพัฒน์ 1 องค์ (วัดห้วยด้วน) รวมประมาณ 13 บาท (มูลค่าเกือบล้านบาท) โดยก่อนเกิดเหตุมีงานรับเหมาไฟฟ้า ในพื้นที่ซอยเฉลิมพระเกียรติ ย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ 3 วัน คือวันที่ 4-6 มิถุนายน จึงไปนอนรีสอร์ท คลอง 3 ย่านคลองหลวง เป็นรีสอร์ตเข้าพักประจำ มา 2-3 ปี โดยตนพร้อมลูกน้อง รวม 7 คน เข้าพักคืนแรกวันที่ 4 มิถุนายน ทั้งหมด 3 ห้อง ผ่านไปด้วยดี จนเช้าวันที่ 5 มิถุนายน แจ้งพนักงานรีสอร์ตขอเข้าพักต่อ ซึ่งการเข้าพักในแต่ละคืนจะแจ้งแบบวันต่อวัน

Advertisement

นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า จนคืนวันที่ 5 มิถุนายน หลังทำงานเสร็จ ประมาณ 3 ทุ่มกว่า ได้ซื้อข้าวพร้อมน้ำดื่มเข้าไปกินในรีสอร์ต ซึ่งตนจะนอนกับหลานชายวัย 26 ปี ส่วนลูกน้องอีก 5 คน แบ่งกันนอนอีก 2 ห้อง ที่เปิดให้ ต่อมา 5 ทุ่มกว่า ๆ ก็เข้านอน พร้อมบอกลูกน้องให้ล็อกห้องให้ดี ขณะที่ตนเองกับหลานชายก็เข้าห้องพร้อมล็อก แต่ลืมคล้องตัวยู และหลังห้องประตูกระจกเลื่อน ไม่ชัดว่าได้ล็อกไหม แต่หลังของหายไปดูประตูไม่ล็อก และพบว่าประตูไม่แข็งแรง

พอตื่นมาตอนตี 4 ก็รู้ตัวทองหาย ตกใจ ได้เรียกน้องบอกทองหาย ก่อนเดินไปประตูหลังห้องพบว่าประตูหลังเปิด ไปขอดูกล้อง ทางพนักงานก็รอเจ้าของ จึงไปแจ้งความ จนดูกล้องพร้อมตำรวจ พบมีแค่น้องที่เดินวน แต่ช่วงเดินวน ตนยังไม่นอน ตำรวจพุ่งเป้าที่ลูกน้อง ทั้ง 7 คน ค้นเท่าไรก็ไม่มีของ จน พฐ.(6 มิ.ย.) มาตรวจตำแหน่ง กำแพงรั้วหลังห้อง ปล่อยลูกน้องไป โดยให้ลูกอีกชุดสอดแนม

กระทั่งวันที่ 9-10 มิ.ย. เอาลูกน้องอีกชุด ปูพรมตามบ้านล้าง แต่ไม่พบ จึงขอดูกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ก็ได้พบคนปริศนาที่เดินเข้าไปในห้อง พยายามงัดรถลูกค้า ก่อนเดินไปข้างหลังที่เชื่อมด้านหลังห้องตน มีรอยเท้าปีนกำแพง กระทั่ง 11 มิถุนายน ได้ไป-กลับสุพรรณ ดูกล้องอยู่หลายรอบ จากที่ดู 4-5 ทุ่ม แต่ย้อนกล้องดู 3 ทุ่ม เจอรถปริศนาและบุคคลปริศนาหน้าตาตรงกันกับคนพยายามจะงัดรถบริเวณหน้าห้องหมายเลข 7 ซึ่งครั้งนี้ขับรถ Honda Giorno สีเหลือง ขี่รถตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงสุดรีสอร์ตและวนกลับออกมา ลักษณะดูลาดเลา ก่อนวนไปหลังรีสอร์ต กล้องวงจรปิดจับเอาไว้ได้ ก่อนหายออกไป

วงจรปิดยังเห็นว่าหลังห้องพักเป็นป่ารกร้าง มีคนเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ ส่องหาบางอย่าง เดินไปมา ขณะที่กล้องอีกตัว จับภาพบนถนน เห็นชายเสื้อฟ้า ขี่ฮอนด้าเดินออกมา ทำให้มั่นใจว่าเป็นคนร้าย เลยพยายามบอกรีสอร์ต ว่าตนเป็นลูกค้าประจำ อยากให้ช่วยเหลือให้เร่งรัดคดี แต่เจ้าของรีสอร์ตไม่ใส่ใจ เข้าใจว่าอาจจะกังวล ที่ต้องมารับผิดชอบ ทั้งนี้ รีสอร์ตก็ไม่เคยโทรมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจเช็กพื้นที่พบว่าจุดดังกล่าว พบว่าไม่สามารถกระโดดได้ ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่า โจรอาจจะมาจากพื้นที่ชั้นในของรีสอร์ต กระทั่ง 16 มิถุนายน ตำรวจสภ.คลองหลวง แจ้งความคืบหน้าแล้วว่ารู้ตัวคนก่อเหตุแล้ว

ด้านนายเอกภพ จากการฟังเรื่องราวก็เห็นใจ และได้ดูวงจรปิด มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย และบอกว่ารู้ตัวแล้ว ก็ควรเอาตัวมาสอบ ไม่น่าเกิดความสามารถของตำรวจ จะประสาน ผู้กำกับการดูคดีนี้ให้