หน้าแรก ในประเทศ ชี้กระทะน้ำอุ...

ชี้กระทะน้ำอุทยานฯกุยบุรี ที่พึ่งสุดท้ายสัตว์ป่าขาดน้ำ อดีตส.ว.จวกเป็นทัศนอุจาดกลางป่า

28.02.16 | 10:35 น.

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานโครงการปลูกพืชให้ช้างสร้างอาหารให้สัตว์ป่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพชรบุรี เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกรณีที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และองค์กรเครือข่าย ดำเนินการก่อสร้างกระทะน้ำในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้โขลงช้างป่า 250 ตัว และกระทิงกว่า 200 ตัว และในวันที่ 3 มีนาคมนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เชิญไปบรรยายเนื่องในวันคุ้มครองสัตว์ป่า จะยืนยันกับผู้บริหารกรมอุทยานฯอีกครั้งว่าการสร้างกระทะน้ำเป็นทัศนอุจาดในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักวิชาการ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค อาจมีอันตรายกับสัตว์ป่า เนื่องจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเคยมีปัญหามีกระทิงป่าขนาดใหญ่ล้มตายอย่างต่อเนื่อง 31 ตัว เมื่อ 2 ปีก่อนจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หากมีการก่อสร้างกระทะน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตนจะเดินหน้าคัดค้านอย่างแน่นอน

“กรมอุทยานฯควรให้ความสนใจในการสร้างแหล่งน้ำด้วยการขุดบ่อที่มีทางไหลของน้ำ จากนั้นมีการปลูกต้นไม้ล้อมรอบแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จะมีความเหมาะสมมากกว่า และมีพื้นที่ตัวอย่างที่โครงการปลูกพืชให้ช้างฯได้ดำเนินการแล้วที่ จ.บึงกาฬ หลังจากช้างป่าต้องออกนอกพื้นที่ไปหากินในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเคยได้รับงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท เพื่อสร้างแหล่งน้ำแต่ไม่ประสบความสำเร็จ” น.ส.สุมลกล่าว

201602280948483-20021028190357

ด้านนายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานมูลนิธิช้างป่าบ้านพ่อ ประธานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี (POWER of Kuiburi) กล่าวว่า การก่อสร้างกระทะน้ำ เป็นที่พึ่งสุดท้ายของสัตว์ป่าที่ประสบภาวะวิกฤตในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติตื้นเขิน สำหรับการสร้างบ่อน้ำแม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้ เนื่องจากฝนทิ้งช่วงยาวนานและในอดีตมีช้างป่าและสัตว์ป่าตายในบ่อน้ำเพราะขอบบ่อสูงชัน ไม่สามารถขึ้นจากบ่อได้   

“การสร้างกระทะน้ำคือการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีความลาดเอียงเพื่อให้สัตว์ได้กินน้ำ ปริมาณความจุ 12,000 ลิตร สามารถรับน้ำจากฝน ในฤดูแล้งก็สามารถนำรถบรรทุกน้ำไปเติมได้ ขณะนี้ต้องเติมน้ำแทบทุกวัน  และจะต้องมีกระทะน้ำสร้างกระจายในป่าให้เพียงพอกับจำนวนสัตว์ป่า และเป็นการช่วยเหลือสัตว์เล็กๆ ที่มีความหลากหลายและหากินทั่วป่า ถือเป็นการสนองแนวพระราชดำรัส คนกับช้าง เมื่อวันที่  5 กรกฎาคม 2542 ในหลวงตรัสว่า “ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องสร้างแหล่งอาหารให้เพียงพอ การปฏิบัติ ต้องไปสร้างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ในป่า เป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้าง” นายพงษ์พันธ์กล่าว และว่า การสร้างกระทะน้ำ 1 แห่ง ใช้งบประมาณ 35,000 บาท ขณะนี้ยังขาดแคลนกระทะน้ำจำนวนมาก” นายพงษ์พันธ์กล่าว

Advertisement