หน้าแรก ในประเทศ คดีข่มขืนสาว2...

คดีข่มขืนสาว21วุ่น! แฉถูกให้ถอนฟ้อง แถมโดนพี่สาวฟ้องหมิ่น หลังถูกแฉ รับเงินให้ปิดปาก

9.04.17 | 17:15 น.

ผบก.ประจวบฯสั่ง เร่งสางคดีสาวพาณิชย์ถูกข่มขืนคดีไม่คืบ ด้านพี่สาวต่างมารดาเล็งแจ้งความน้องสาวให้การเท็จ หลังถูกแฉมีเงินโอน 80,000 บาทเข้าบัญชี

จากกรณีนางกัญญาภัค อินทร์จันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้พานางสมร ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 67 ปี ชาว ต.เขาล้าน อ.ทับสะแก และ น.ส.ดาว นามสมมติ อายุ 21 ปี หลานสาว นักศึกษาแผนกการตลาด ชั้น ปวส. 2 วิทยาลัยเทคนิคชื่อดังแห่งหนึ่ง ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว กรณี ถูกนายเอ อายุ 16 ปี อยู่ที่ ต.เขาล้าน ลูกชายเจ้าของธุรกิจค้ามะพร้าวรายใหญ่ ข่มขืนที่บริเวณป่าละเมาะใกล้เหมืองร้าง หมู่ 1 ต.นาหูกวาง เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ร.ต.อ.ไพรัช พาเขียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก ต่อมาผลตรวจของแพทย์ รพ.ทับสะแก ยืนยันว่ามีร่องรอยถูกข่มขืนกระทำชำเรา พบเชื้ออสุจิในช่องคลอด มีร่องรอยการทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ แต่ขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า และ ถูกข่มขู่ทางโทรศัพท์เพื่อให้ถอนแจ้งความ นอกจากนั้นผู้ปกครองของผู้เสียหายได้โทรศัพท์ต่อรองจ่ายเงิน 30,000 บาทเพื่อถอนคดี

ความคืบหน้า วันที่ 9 เมษายน พล.ต.ต. ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการ ( ผบก.) ประจำกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาการ ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วรเดช สวนคล้าย ผกก.ทับสะแก รายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ เนื่องจากเป็นคดีที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ให้ความสนใจหลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลและมีการเผยแพร่ผ่านสังคมโซเซียลกระทบภาพลักษณ์ขององค์กร จากนั้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ. วันชัย ธารณธรรม รอง ผบก. ประจวบคีรีขันธ์ ติดตามตรวจสอบการทำสำนวนให้รัดกุม ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและเข้าควบคุมคดีดังกล่าว และเพื่อให้ผู้เสียหายซึ่งอาศัยอยู่กับยายอายุ 67 ปี เพียง 2 คน มีความมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีความมั่นใจด้านปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากมีการข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ ล่าสุดได้ทำหนังสือสั่งการให้ ผกก.สภ.ทับสะแกจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนไปคุ้มครองดูแลความปลอดภัย

“เบื้องต้นพบว่าพนักงานสอบสวนไม่ควรปล่อยให้คดีนี้ยืดเยื้อ กลายเป็นกระแสสังคม ไม่ควรทำให้ผู้เสียหายไม่สบายใจและมีความหวาดกลัวต้องเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน แต่ทราบว่าพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้นาย เอ มารับทราบข้อกล่าวหาข่มขืนและกระทำชำเรา ในวันที่ 10 เมษายน นี้ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากเป็นผู้เยาว์จะต้องสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ส่วนการตั้งข้อหาพยายามฆ่านั้นจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับปัญหาที่ผู้เสียหายวิตกกังวลกรณีผู้ปกครองของนาย เอ จะแจ้งความกลับข้อหาพรากผู้เยาว์ก็สามารถทำได้ และเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้คู่กรณีไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามข้อเท็จจริง แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว แต่เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ “ พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ทับสะแกที่ได้รับคำสั่งให้ไปคุ้มครองความปลอดภัยยังไม่พบตัว น.ส.ดาว และ ไม่พบตัว นาย เอ.ที่บ้านพัก คาดว่าได้เดินทางออกจากพื้นที่แล้ว

Advertisement

นางกัญญาภัค อินทร์จันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.นาหูกวาง กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยขณะนี้ น.ส.ดาวได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติซึ่งไม่สามารถแจ้งสถานที่ให้ทราบได้ ขณะที่ยายอายุ 67 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านพักเพียงคนเดียวและมีการข่มขู่อย่างต่อเนื่อง แต่ตนยืนยันว่า น.ส.ดาว จะไม่มีการถอนแจ้งความอย่างเด็ดขาดและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าพนักงานสอบสวนได้นำนาย เอ ไป ชี้จุดเกิดเหตุที่ไม่ใช่จุดที่มีการข่มขืน นอกจากนั้นนายเอ แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.ดาวถูกผู้ชาย 3 คนฉุดไปข่มขืนและถีบนาย เอ.ตกรถจักรยานยนต์ และ ขณะนี้พนักงานสอบสวนพยายามติดต่อผ่านตนและผ่าน น.ส.ดาว เพื่อให้ถอนแจ้งความ หากไม่ถอนจะโดนแจ้งกลับข้อหาพรากผู้เยาว์ นอกจากนั้นก่อนหน้านี้ได้ติดต่อผ่านพี่สาวของ น.ส.ดาว ซึ่งในช่วงแรกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่น้องสาวต่างมารดาถูกข่มขืน แต่ภายหลังทราบว่ามีเงินโอนเข้ามา 80,000 บาท เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา พี่สาวต่างมารดาจึงเกลี่ยกล่อมให้น้องสาวถอนแจ้งความ เมื่อไม่สำเร็จมีการกล่าวหาว่าน้องสาวพยายามกุเรื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ

ด้านนาง แมว นามสมมติ พี่สาวต่างมารดาของ น.ส.ดาวได้เดินทางมาที่ สภ.ทับสะแก เพื่อพบกับผู้สื่อข่าวและโดยมี พ.ต.ท.ทัศจักร ลีลาโรจนกุลเลิศ รอง ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก ร่วมรับฟังการชี้แจง หลังจากอ้างว่าต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับสื่อออนไลน์ ที่นำเสนอข้อมูลกรณีการโอนเงิน 80,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย เนื่องจากทำให้เกิดความเสื่อมเสีย แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าการนำเสนอของสื่อเป็นการใช้นามสมมุติเนื่องจากผู้ต้องถูกแจ้งความคดีข่มขืนกับผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ ไม่ได้พาดพิง น.ส.แมวโดยตรง ประกอบกับสื่อมวลชนได้สอบถามที่มาของเงินโอน 80,000 บาท ซึ่ง น.ส.แมว อ้างว่าถูกหวยใต้ดิน และต่อมาแจ้งว่ามีอาชีพเป็นนายหน้าค้าที่ดิน พร้อมจะให้ตรวจสอบการโอนเงินจำนวนดังกล่าว แต่หลังจากไม่สามารถแจ้งคดีหมิ่นประมาทกับสื่อ ต่อมา น.ส.แมวได้แจ้งว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทน้องสาวต่างมารดาที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนกับสื่อมวลชนทำให้ตนถูกดูหมิ่นเกลียดชัง