วันที่ 10 เมษายน เมื่อเวลา 10.00 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดูแลและป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เทศกาลสงกรานต์เหมือนกับเทศกาลปีใหม่ แตกต่างกันที่เทศกาลปีใหม่ไม่มีน้ำ แต่เทศกาลสงกรานต์ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเดินทางรวมถึงความปลอดภัยบนท้องถนนที่อาจจะลื่น อีกทั้งมีการเล่นกันอย่างสนุกสนาน และอาจจะมีการดื่มสุรากัน ซึ่งจุดนี้เป็นห่วงมากกว่าเทศกาลปีใหม่ ดังนั้น การคุมเข้มคงไม่ใช่เฉพาะดูบนถนนเท่านั้น แต่จะต้องดูกันไปถึงบ้าน
นายศิริพัฒให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้แจ้งให้ทางอำเภอทุกแห่งดูแลพร้อมทั้งประสานไปยัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ทุกแห่งช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้พ่อแม่พี่น้องทราบว่า ถ้าอยากจะสนุกสนานในการรวมครอบครัว รวมสายตระกูล ถ้าจะดื่มสุรากันก็ขอให้ดื่มกันภายในบ้าน ถ้าเมาสุราก็ให้นอนที่นั่น อย่างเคลื่อนไหว โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์อย่าเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั้งรถยนต์ก็อย่าขับ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคนเหล่านี้จะเป็นจุดเสี่ยง ทั้งนี้ สภาพถนน รวมถึงอุปกรณ์การดูแลความปลอดภัยบนถนนทุกอย่างเรียบร้อย ดังนั้นจึงอยู่ที่ตัวคนทำอย่างไรที่จะให้เราสามารถสื่อสารไปยังประชาชนให้ได้ว่า ความไม่ปลอดภัยอยู่ที่ตัวของประชาชนเอง อย่าไปหวังว่าทางจังหวัดตรังจะจัดบริการเต็นท์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป่าแอลกอฮอล์ ต้องมีตำรวจสายตรวจทางหลวง หรือแม้กระทั้งเจ้าหน้าที่ขนส่งจะจับตรวจวัดความเร็ว การคาดเข็มขัดนิรภัย เรื่องนี้ถือว่าเป็นการป้องกันที่ปลายเหตุ
“ในส่วนของมาตรการการตั้งเป้าลดอุบัติเหตุนั้น ซึ่งปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่คิดในเรื่องตั้งเป้า เพราะว่าตั้งเป้าไปแล้วก็ไม่เคยเป็นตัวชี้วัดได้ว่าสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่ เกี่ยวกับภูมิประเทศของแต่ละจังหวัด ด้วอย่างจังหวัดตรัง เสียชีวิต 5 ราย จะบอกว่าตายไม่เกิน 5 รายก็แสดงว่ามีคนตาย หรือเป็นศูนย์ไม่ตายเลย ยังเป็นไปได้อย่างไรในธรรมชาติ จึงเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีว่าเราไม่ควรตั้งเป้าว่าตายหรือไม่ตายเท่าไหร่ แต่ต้องพยายามดูแลข้อเท็จจริงดีกว่าว่า อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงและไปลดตรงนั้น พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกันเสียใหม่ อย่าโยนภาระให้กับภาครัฐ ภาคประชาชนต้องดูแลตัวเองด้วย” นายศิริพัฒกล่าว
นายศิริพัฒให้สัมภาษณ์อีกว่า สำหรับในวันที่ 13 เมษายน ทางจังหวัดตรังร่วมกับเทศบาลนครตรีงจัดให้มีกิจกรรมทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ ปีนี้งดงานรื่นเริง ไม่มีการปิดถนนสาดน้ำกัน เนื่องจากออยู่ในช่วงถวายอาลัยรัชกาลที่ 9 อยู่ในระหว่างที่ยังไม่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทางจังหวัดตรังจะมีการเล่นสนุกสนานกันตามประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม นอกจากนี้ กิจกรรมปล่อยนก ปล่อยปลา ทำบุญกุศลต่างๆ นอกจากทางจังหวัดจัดให้มีขึ้นแล้วทุกท้องถิ่นก็จัดให้มีกิจกรรมดังกล่าวด้วย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องสืบสานกันต่อไป
“อย่างก็ตาม สำหรับกิจกรรมเปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อให้เหล่าข้าราชการร่วมกิจกรรมรดน้ำขอพรว่า ปีนี้ทางผมจะไม่จัดกิจกรรมดังกล่าว ตนมีความคิดว่า บางครั้งเขามารดเราในฐานะที่เป็นตำแหน่งฯซึ่งเป็นเรื่องแปลกๆ โดยความคิดส่วนตัว แต่ว่าโดยธรรมเนียมใต้ไม่เหมือนทางภาคเหนือ อีสาน ที่บ่งบอกว่าผู้ว่าฯเป็นพ่อเมือง มีการใช้สรรพนามว่า คุณพ่ออย่างชัดเจน แต่ทางภาคใต้ยังไม่เข้าไปในใจของประชาชนเต็มร้อย ผมมองว่ามันแล้วแต่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ไม่เน้นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพ่อบ้านพ่อเมืองอะไรหนักหนา เป็นเพียงว่าคนที่มาบริหารไม่ได้ยกให้เป็นพ่อเมืองเหมือนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน” นายศิริพัฒ ให้สัมภาษณ์ในตอนท้าย

