เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และ พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี ผู้กำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมแถลงข่าวเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์เทศกาลสงกรานต์ 2560 ของกระทรวงสาธารณสุข “ถนนปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2560 เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจราจร
นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวมีมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์มาตลอด แต่สถิติบาดเจ็บ เสียชีวิตก็ไม่ลดลง แถมยังเพิ่มขึ้นทุกปี แม้ว่าจะมีมาตรา 44 ออกมา อย่างไรก็ตาม คิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่ความรับผิดชอบของคนใช้รถใช้ถนนมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย การสวมหมวกกันน็อก ทำผิดกฎจราจรซึ่งพบว่ามีการทำผิดเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นอยากให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยเพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นไม่ใช่แค่ตัวผู้ประสบเหตุเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง คนที่คุณรัก คนที่รักคุณต่างก็ได้รับความสูญเสียทั้งสิ้น
“เทศกาลสงกรานต์รู้ว่าทุกคนอยากฉลอง ตนไม่ได้ห้ามดื่มเหล้า แต่อยากจะขอว่าให้ดื่มน้อยๆ ส่วนคนที่ขับรถอย่าดื่มเลย เพราะเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ” นพ.ปิยะสกล กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวว่า กระทรวงได้เตรียมพร้อมสถานบริการทุกแห่ง และมีทีมแพทย์ฉุกเฉินทุกระดับรวม 14,576 หน่วย ทีมบุคลากร 164,939 คน ให้บริการ 24 ชั่วโมง หากประชาชนประสบเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุของรถพยาบาลฉุกเฉินได้ โดยเน้นยำไม่ให้มีการฝ่าไฟแดง ไม่ขับเร็วมาก ติดจีพีเอสควบคุมความเร็ว ติดกล้องหน้ารถ ทั้งนี้ ตนเพิ่งลงนามในหนังสือส่งถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องกระทรวงสาธารณสุขจะให้ความร่วมมือในการตรวจเลือด เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในผู้ขับยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกด้วยตามที่มีนโยบายสั่งการมา และที่มีการลดการคุมเข้มระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ยานพาหนะ และเพื่อให้มีผลต่อการดำเนินคดีที่ชัดเจนขึ้น แต่กรณีนี้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวผู้ขับขี่ พร้อมทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรให้ด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายเนื่องจากเป็นงานนโยบายกระทรวงจึงจะเป็นผู้ดูแลในช่วง 7 วันอันตราย หลังพ้นช่วงนี้ไปแล้วทางตำรวจจะต้องตั้งงบประมาณเอง
นพ.เจษฎา กล่าวว่า กรมฯได้ดำเนินงานตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551โดยเน้นให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ทำงานเชิงรุก ออกตรวจเตือนและประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในช่วงเทศกาลให้มีการบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศเข้มข้นใน 100 อำเภอที่บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดจากสถิติเมื่อปี2559 โดยเฉพาะพื้นที่จัดการเล่นน้ำสงกรานต์ ต้องเป็นพื้นที่ปลอดเหล้าทั้งการขายและการดื่ม 100เปอร์เซ็นต์ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาค ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ออกตรวจเตือนและตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขายและการดื่มเครื่องดื่มฯ อย่างจริงจัง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนสอดส่องดูแลผู้กระทำผิดกฎหมาย หากพบเห็นผู้กระทำผิด เกี่ยวกับการขายและดื่มฯในสถานที่ห้ามขาย และการโฆษณาส่งเสริมการขายโทรแจ้งได้ที่ศูนย์ร้องเรียนบุหรี่และสุรา 0 -2590 -3342 หรือสายด่วน 1422

