หน้าแรก ในประเทศ เพชรบูรณ์ชี้ ...

เพชรบูรณ์ชี้ ที่ รอส.เขาค้อ มีมาตรฐานต่างกัน ระบุไม่หนักใจ แจงแผนแม่บทฯยังเป็นแค่ร่างแนวคิด

10.04.17 | 18:35 น.

วันที่ 10 เมษายน 2560 นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จี้รัฐบาลให้จัดการโรงแรมรีสอร์ทบนที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ทหารขอให้จากกรมป่าไม้ เพื่อจัดให้แก่ราษฎรอาสา(รอส.)เขาค้อ โดยไม่ถูกกฎหมายพร้อมยกกรณีภูทับเบิกเปรียบเทียบถูกมาตรา 44 สั่งรื้อ ซึ่งเป็นการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือไม่มีสองมาตรฐาน ขณะนี้แนวทางแก้ไขได้มอบหมายให้นายอำเภอเขาค้อไปดูในรายละเอียด เพราะอยู่ระหว่างการจัดทำร่างแผนแม่บทจัดระเบียบที่ดินรอส.เขาค้อ หากเสร็จขั้นตอนก็จะส่งให้ทางจังหวัดพิจารณาก่อนส่งต่อให้ทางกองทัพภาคที่ 3 พิจารณาให้ความเห็นชอบ ยอมรับว่าขณะนี้ก็ยังไม่ได้เห็นร่างแผนแม่บทดังกล่าวเช่นกัน

 

“ทางอำเภอคงต้องไปประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ  เนื่องจากเป็นพื้นที่ รอส.ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกองพลทหารม้าที่ 1 ที่รับมอบจากกองทัพภาคที่่ 3 มา เชื่อว่าทางทหารเองมีแนวทางแก้ไขไว้อยู่แล้ว เพียงแต่คงต้องร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และอาจต้องเสนอระดับนโยบายแก้ไขปัญหา” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าว

 

นายพิบูลย์กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแผนแม่บทฯดังกล่าว เป็นเพียงการยกร่างแนวคิดขึ้นมาเฉยๆ เชื่อว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการในระดับดับบนขึ้นมาอีก ทั้งนี้คงมีจะมีการพิจารณาหลายแนวทางโดยอาจต้องคำนึงถึงแนวทางที่เป็นไปได้หรือมีความเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามยังไงหากมีการแก้ไขก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย และต้องให้เกิดรายได้ อาทิ การเก็บภาษีไม่ใช่การอยู่อย่างเลื่อนลอยเหมือนในปัจจุบันนี้ โดยในช่วงนี้ทางอำเภอกำลังทำรายละเอียดขึ้นมา โดยมีการหารือผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ด้วย

Advertisement

 

ส่วนกรณีที่สมาคมโลกร้อยเกรงว่าการปลดล็อคอาจทำให้ที่ดินตกไปอยู่ในมือของนายทุนนั้น นายพิบูลย์กล่าวว่า ยังไม่เห็นร่างแผนแม่บทฯโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการจัดการในพื้นที่ ก็ยังไม่ทราบว่าจะออกมาในรูปแบบใด อาจจะใช้รูปแบบสวนผึ้งคือการให้เช่า โดยกำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้ว่า ในพื้นที่ขนาดนี้จะปลูกป่าเท่าใด ต้นไม้ยืนต้นกี่ต้น ซึ่งถือเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมและรายได้ยังเข้าสู่รัฐด้วย ซึ่งยังไม่ได้ดูในรายละเอียดเป็นแค่เพียงมีการพูดคุยกันคร่าวๆ ซึ่งภายในเดือนนี้จะหารือกันอีกครั้ง

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวชี้แจงหลังถูกพาดพิงเรื่องการเลือกปฏิบัจิแบบสองมาตรฐานว่า ต้องยอมรับข้อเท็จจริงซึ่งพื้นที่ รอส.เขาค้อก็มีการไปเช่าต่อ และมีการเปลี่ยนมือหรือซื้อโดยใช้ชื่อเดิม จากนั้นก็นำที่ดินไปใช้ผิดประเภทไม่ได้ทำเพื่อการเกษตร แต่มาทำในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นที่มีสภาพแตกต่างกันไปคงใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดไม่ได้

 

“ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นไม่หนักใจ ที่ผ่านมาก็พยายามเร่งดำเนินการในพื้นที่ภูทับเบิกให้แล้วเสร็จตามขั้นตอน จากนั้นแล้วค่อยมาดำเนินการพื้นที่เขาค้อ ปัญหาการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ป่าและที่ดินของรัฐ ปัจจุบันมีอยู่ทั่วประเทศไม่ใช่แค่เพชรบูรณ์ที่มีปัญหา ซึ่งยุคนี้เป็นยุคที่รัฐบาลพยายามเข้าไปแก้ไขปัญหา”นายพิบูลย์กล่าว

 

ส่วนคำถามที่ว่า ช่วงสมัยที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอเขาค้อ มีรีสอร์ทผุดขึ้นมากมายขนาดนี้หรือไม่นั้น นายพิบูลย์กล่าวว่า การรุกพื้นที่ยังไม่มากขนาดนี้ และเคยจะมีการส่งมอบพื้นที่ทหารขอใช้คืน แต่กรมป่าไม้ยังไม่รับ แต่ได้มีทหารเข้าสำรวจในพื้นที่ซึ่งในปี 2552 ทำให้มีการจับกุมรีสอร์ทแต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ 100 %

 

“รีสอร์ทบนเขาค้อมีบางส่วน มีเส้นสายใหญ่โตและเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ที่มาลงทุนและครอบครองที่ดินรอส. ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นอุปสรรคว่า คงไม่มีรายใหญ่อะไรและทุกอย่างต้องดำเนินการให้เป็นไปอย่างถูกต้อง แต่มองว่าในเรื่องนี้ต้องแก้ในระดับนโยบาย และพื้นที่แต่ละที่ต่างก็มีประวัติศาสตร์ไม่เหมือนกัน ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการจัดสรรให้กับราษฎรในยุคนั้นที่นำคนเข้าไปอยู่และก็มีการจัดระเบียบ ซึ่งเป็นคนละแบบกับภูทับเบิกที่มีการจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรชาวเขา โดยจุดมุ่งหมายให้ทำการเกษตร แต่เขาค้อเป็นการเชิญชวนคน ราษฎร เกษตรกรเข้ามาอยู่และจัดสรรที่ดินให้ เป็นการนำคนเข้าไปพัฒนาพื้นที่หรือให้คนเข้าไปอาศัยอยู่ แต่พอเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาก็เป็นอีกแบบนึง” นายพิบูลย์ กล่าวอีก

 

เมื่อถามว่าเห็นว่าตามร่างแผนแม่บท จะปลดล็อคโดยให้นายทุนรีสอร์ทเช่าที่ดิน นายพิบูลย์กล่าวว่า ไม่แน่ใจแต่คาดว่าเป็น 1 ในข้อเสนอและเป็นอีกแนวทาง ที่ต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงต้องมีการพิสูจน์การเปลี่ยนมือ ถึงขณะนี้ก็ยังยืนยันวาาไม่มีอะไรหนักใจแล้วแต่กฏหมาย และระดับนโยบายจะว่าอย่างไรก็ต้องเดินหน้าตามนั้น ส่วนที่ นายศรีสุวรรณ จี้ให้นายกรัฐมนตรีประกาศใชัอำนาจตามมาตรา 44  เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินเขาค้อ นายพิบูลย์กล่าวว่า “คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น ซึ่งต้องคุยกันอีกทีเนื่องจากในแต่ละพื้นที่มีความเป็นมาไม่เหมือนกัน ก็ต้องพิจารณาไปตามพื้นที่”