หน้าแรก ในประเทศ รองผู้ว่าฯเพช...

รองผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ซัดนายทุนรีสอร์ตเอาแต่ได้ พอไฮซีซั่นมาก็กอบโกย เซ็งผู้ใหญ่ถาม’ไร่ละเท่าไหร่?’

10.04.17 | 19:30 น.

วันที่ 10 เมษายน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณแก่งบางระจัน (ริมน้ำเข็ก) หมู่ 6 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ มีการจัดเวทีสานพลังประชารัฐเชิงปฏิบัติการเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงเกษตรและธรรมชาติ มีองค์กรชุมชนในตำบลต่างๆ ของเขาค้อเข้าร่วม มีนายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดพร้อมเป็นวิทยากรบรรยาย โดยระบุตอนหนึ่งว่า ตอนนี้เขาค้อกระแสแรง เมื่อช่วงแรกๆ ในการแก้ไขภูทับเบิก นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบให้ตนไปเอาหุ่นไดโนเสาร์ลง กระทั่งไปเจรจาและถามเจ้าของอยู่ไหน ได้รับคำตอบอยู่สุราษฎร์ธานี จึงนึกอยู่ในใจว่าแล้วท่องเที่ยวเราชาวบ้านจะได้อะไร นับจากนั้นจึงต้องทบทวนเรื่องท่องเที่ยวกับเพชรบูรณ์ ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวของเพชรบูรณ์ราว 5 พันล้านบาท เลยมีเงินรายได้ก้อนนี้ตกถึงมือพี่น้องชาวเพชรบูรณ์คนเดินดินเท่าไหร่

 

“ผมดูแล้วอย่างรีสอร์ต เจ้าของรีสอร์ตอยู่สุราษฎร์ธานี พอถึงฤดูไฮซีซั่นก็ขึ้นมา ภาษีไม่เสีย มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเดียว วัดหรือหมู่บ้านเคยไปทำบุญร่วมกับพี่น้องบ้างหรือไม่ เผลอๆ เดินเฉียดเข้าไปในที่ดินอาจจะถูกแจ้งความว่าบุกรุกอีก แต่พอน้ำไม่ไหลไฟไม่สว่างก็โวย และพอหมดไฮซีซั่นก็ลงไป จึงต้องถามต่อไปว่าเรื่องการท่องเที่ยวเรามาผิดที่ผิดทางหรือเปล่า” นายไกรสรกล่าว

 

นายไกรสรกล่าวอีกว่า เวลาเราชูประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว จะมีการโชว์รายได้ว่าทำรายได้ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่มีการสะท้อนต้นทุนที่มีการเสียไปรึยัง ดิน น้ำ ป่า ความเป็นอยู่ของผู้คน ชุมชนที่ต้องล่มสลาย ถ้าไม่สะท้อนคิดว่าการท่องเที่ยวมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีแต่กวักมือเรียกคนมาดู ตรงนี้สวย หากย้อนกลับไปดูท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่วนใหญ่นำเสนอต้นทุนท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น

Advertisement

 

รองผู้ว่าฯเพชรบูรณ์กล่าวว่า ต้นทุนที่มนุษย์สร้างไม่ใช่เฉพาะภาคราชการ แต่มีภาคเอกชนเข้ามาด้วย ซึ่งภาคราชการเป็นปัญหาอยู่แล้ว โดยทำคนละทิศคนละทาง และไม่เคยคุยกับชาวบ้านนึกจะมาก็มา เรียกว่าประเพณีปักป้ายแล้วรายงานหน่วยเหนือ ในขณะที่ภาคเอกชนรู้ว่าตรงไหนเป็นที่ท่องเที่ยวและรู้จุดอ่อนของระบบราชการคืออะไร รู้ว่าจุดอ่อนของขบวนการยุติธรรมช้าขนาดไหน

 

“แต่ก่อนจำได้ย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี หากจะไปซื้อที่ดินใคร ต้องถามเอกสารสิทธิก่อน เดี๋ยวนี้มีถามไหม เชื่อว่าไม่มี เพราะกลุ่มทุนเหล่านี้รู้จุดอ่อนของระบบราชการและจุดอ่อนของขบวนการยุติธรรมไทยเรื่องความล่าช้า กูถอนทุนแล้วมึงจะรื้อเมื่อไหร่ กูสบายแล้วไม่ต้องสนใจ ฉะนั้นช่วงหลังๆ กลุ่มทุนพวกนี้จึงไม่ได้มีการถามเรื่องเอกสารสิทธิ ถึงเป็นที่มาว่าทำไมถึงวอดวายไวจังในอัตราเร่งไม่รู้กี่เท่า” นายไกรสรกล่าว และว่า เรียนตรงๆ เลยได้เจอผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนเวลามาตรวจงาน เราก็อยากให้ท่านอายุยืนหลายปี ก็เลยพามานอนที่เขาค้อหลายๆ คืน แต่เวลามาคำแรกที่ถูกถาม นึกว่าจะถามเรื่องการทำมาหากินของชาวบ้าน แต่ถามว่า “รองฯไร่ละเท่าไหร่” บางรายบอกว่าไปสร้างอยู่เขาใหญ่แล้ว แต่พอมาเจอที่เขาค้อสั่งถอนจากเขาใหญ่มาที่นี่ มาเจออากาศที่เขาค้อนายอำเภอเล่าให้ฟังหอบหืดหายหมด

 

อย่างไรก็ตาม นายไกรสรเสนอทางออก โดยการขอให้ชาวบ้านกลับมาทำอาชีพเกษตรในสิ่งที่ตนเองถนัด โดยเฉพาะเกษตรที่มีอนาคตแบบเกษตรปลอดภัย พร้อมกับต้องรักษาที่ดินไว้ให้ได้ นอกจากนี้ต้องอยู่ในเกมของตนเอง ไม่ใช่ให้ใครมากำหนดกติกา ปัจจุบันทางจังหวัดกำลังส่งเสริมโครงการกรีนมาร์เก็ตเพชรบูรณ์ จึงขอให้ชาวบ้านรวมคน รวมของ ส่วนตลาดมีรออยู่แล้ว จากนั้นเสนอจุดชมวิวเขาค้อเป็นที่รวบรวมพืชผักปลอดภัย

ด้านนายฐิติศักดิ์ กันเขตต์ นายอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า ในพื้นที่ 4 ตำบลที่เป็น รอส. ทางกรมป่าไม้ติดต่อประสานงานมาล่าสุดว่า วันที่ 18 เมษายนนี้ ผู้บริหารของกรมป่าไม้จะลงมาพูดคุย เพื่อรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขาค้อก็คงจะเป็นประโยชน์ ส่วนแผนแม่บทกำลังจะเสร็จแล้วและกำลังจะนำออกให้ชาวบ้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม แต่ก่อนมองภาพเขาค้อรีสอร์ตเป็นหลัก แต่ในช่วง 2-3 ปีต้องปรับเปลี่ยน เพราะมี รอส.เป็นประชากรถึง 4-5 พันคนและประชากรอีกหมื่นกว่าคน ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนหลักที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ กลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ตเป็นเพียงแค่คนส่วนน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งชั่วโมงนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ถ้าจะแก้ปัญหาในพื้นที่

 

“ผมก็พยายามคิดนะครับว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายก็ต้องมาออกที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้พื้นที่เขาค้อ ซึ่งจะมีการพลิกฟื้นใช้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา เพื่อจะทำอย่างไรให้ให้ราษฎรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้ขายที่ดินทำกิน” นายฐิติศักดิ์กล่าวพร้อมย้ำว่า ปัญหาที่ดิน รอส.เขาค้อเกิดจากความยากจนของ รอส. กระทั่งต้องทำให้ขายที่ดินทำกินให้แก่กลุ่มทุนไป” นายฐิติศักดิ์กล่าว