น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เปิดเผยว่า จากตรวจสอบแพขยะลอยน้ำอยู่บริเวณใกล้เกาะทะลุ อ.บาง สะพานน้อย จ. ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าทิศ ทางแพขยะมาจากแนวชายฝั่งในพื้นที่ อ.บาง สะพานน้อย เนื่องจากสัปดาห์ก่อนมีฝนตกต่อเนื่องทำให้เกิดการไหล และพัดพาขยะลงสู่ทะเล และเมื่อกระแสน้ำจากชายฝั่งลงไปปะทะกับแนวน้ำนิ่งในทะเล ขยะจึงเกิดการรวมตัวกันเป็นแพขยะ ทช.ได้มอบหมายให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 3 (สบทช.3) จัดส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเรือสปีดโบ๊ทเข้าพื้นที่ และเก็บขยะในทะเลได้แล้ว ประมาณ 200 กิโลกรัม และมีขยะส่วนหนึ่งได้ถูกคลื่นซัดขึ้นไปอยู่บนเกาะ และอีกส่วนหนึ่งยังคงลอยกระจัดกระ จายอยู่บริเวณรอบเกาะทะลุ ซึ่ง สบทช.3 ได้ประสานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเรือประมง ร่วมกักเก็บขยะทะเลส่วนที่เหลือที่ลอยอยู่ในบริเวณรอบเกาะทะลุ เพื่อป้องกันการจมลงสู่แนวปะการังแล้ว


อธิบดีทช.บอกว่า ส่วนของขยะที่ถูกคลื่นซัดขึ้นสู่เกาะ จะได้ประสานกับผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตบนเกาะ และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ทรายทองในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ วางแผนในการจัดเก็บบริเวณพื้นที่ชายหาด รวมทั้งจะได้ประสานกับหน่วยงานเทศบาล เพื่อนำขยะที่เก็บได้ไปคัดแยกและกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
น.ส.สุทธิลักษณ์ กล่าวว่า ทช.มีเป้าหมายสำรวจปัญหา ชนิด ปริ มาณขยะทะเล เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเตรียมลดปริมาณขยะทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติก เช่น การขายถุงพลาส ติกในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งและเกาะ การจัดทำพื้นที่ต้นแบบในการห้ามใช้ขยะพลาสติกโดยให้ใช้วัสดุอื่นทดแทน มีเป้าหมายระยะยาวในการลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 0.06–0.16 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 1.5 ชิ้นต่อคนต่อวัน เพื่อให้ประเทศไทยหลุดจากอันดับที่ 6 ของโลก จากการจัดอันดับประเทศที่มีการทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุด


