บช.ก.แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาหมายจับเก่า 10 วัน รวบแล้ว1,216 ราย คดีฉ้อโกง 139 ราย

11.04.17 | 15:16 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 เมษายน ที่กองปราบปราม พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ พล.ต.ต.สุรพล อยู่นุช พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ และพล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล รอง ผบช.ก. ร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างผลการปฏิบัติการยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใส 3 “ตอนไล่ล่านักฆ่าข่มขืน” และผลการระดมกวาดล้างคดีหมายจับค้างเก่า และนโยบายเมษายน เดือนแห่งการบริการ ทั้งนี้ในส่วนแถลงผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “ไพร่ฟ้าหน้าใส 3” จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความผิดทางเพศ ระหว่างวันที่ 1-5 เมษายนที่ผ่านมา โดยแยกตามศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่วนหน้า (ศปก.สน.) สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 287 ราย แยกเป็นพื้นที่นครบาล 69 ราย , ภูธรภาค 1 รวม 34 ราย, ภูธรภาค 2 รวม 41 ราย, ภูธรภาค 3 รวม 16 ราย, ภูธรภาค 4 รวม 34 ราย, ภูธรภาค 5 รวม 5 ราย, ภูธรภาค 6 รวม 23 ราย, ภูธรภาค 7 รวม 27 ราย, ภูธรภาค 8 รวม 20 ราย, ภูธรภาค 9 รวม 13 ราย และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) รวม 5 ราย ในประเภทความผิด 7 ประเภท อาทิ ความผิดฐานข่มขืนและฆ่า,ใช้กำลังข่มขืนในลักษณะโทรมหญิง,ข่มขืน พยายามข่มขืน และกระทำชำเราหญิง, ข่มขืนและพรากเด็กอายุไม่เกิน 13-15 ปี, ข่มขืนและประสงค์ต่อทรัพย์ ,กระทำอนาจาร  และค้ามนุษย์และค้าประเวณี

ในส่วนของผลการระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เม.ย. ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ระดมกวาดล้าง โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 1,216 ราย แบ่งเป็นคดีฆ่าผู้อื่น 17 ราย, ปล้นทรัพย์ 3 ราย, ชิงทรัพย์ 6 ราย, พยายามฆ่า 32 ราย, วิ่งราวทรัพย์ 5 ราย, ลักทรัพย์ 156 ราย, ยักยอกทรัพย์ 114 ราย, ฉ้อโกงทรัพย์ 139 ราย คดียาเสพติด 96 ราย ความผิดอื่นๆ 648 ราย

พล.ต.อ.สุเทพกล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นที่น่าพึงพอใจ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางถือเป็นหน่วยงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน โดยทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ให้บูรณาการทำงานร่วมกันทั้งนี้ระดับท้องที่ หน่วยงานเฉพาะด้าน หลังจากนี้เมื่อเกิดเหตุ เกิดคดี ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการแสวงหาพยานหลักฐานให้ได้มา ตัวอย่างเช่น แต่ก่อนเมื่อเห็นก้นบุหรี่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจก็จะต้องเก็บไว้เพื่อดูว่าเป็นของคนร้ายหรือไม่ คนร้ายสูบบุหรี่ยี่ห้ออะไร แต่ปัจจุบันกระบวนการคิดต้องเปลี่ยนใหม่เพราะก้นบุหรี่ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการนำไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอหาคนร้ายได้

พล.ต.อ.สุเทพเปิดเผย กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ยกระดับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นกองบัญชาการ ว่า เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว เพราะจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี พบว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว ซึ่งแนวคิดการยกระดับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวนั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนในรายละเอียดอื่นๆ ตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม.คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานถึง 1 ปี ทั้งนี้ ยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปรับปรุงโครงสร้างเปลี่ยนตำรวจท่องเที่ยวเป็นกองบัญชาการ

Advertisement


ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า คดีอาชญากรรมในความผิดเกี่ยวกับเพศเป็นการกระทำความผิดที่มีความรุนแรงส่งผลร้ายโดยตรงต่อผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ บางคดีมีการกระทำการอย่างอุกอาจ ทารุณโหดร้าย ผู้ต้องหาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่พี่น้องประชาชน ทาง บช.ก.เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมีนโยบายมอบหมายให้กองบังคับการต่างๆ ในสังกัด บูรณาการกำลัง เร่งออกสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยแบ่งคณะทำงานกันรับผิดชอบในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด อีกทั้งระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบในเรื่องของหมายจับค้างเก่า ซึ่งทั้งหมดเป็นการตัดวงจรการเกิดอาชญากรรมได้ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนจากกรณีชุดเฉพาะกิจของทหารได้เข้าไปบุกจับบ่อนการพนันแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี แล้วพบเอกสารเป็นบัญชีการจ่ายส่วยให้กับตำรวจ และเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน รวมถึงตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช เผยสั้นๆ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากพบเอกสารตามที่กล่าวอ้าง ก็จะต้องมีการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป พร้อมยืนยันหากพบมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด