เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 เมษายน ที่ศาลจังหวัดสิงห์บุรี ห้องพิจารณาคดีที่ 4 ได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีระหว่าง นายพัสกร สิงคิ หรือกุ้ง อายุ 29 ปี กับพนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี ที่เป็นผู้คัดค้าน ในคดีที่นายพัสกรกับพวกร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาส่งให้ต้องรับโทษถึง 20 ปี หลังจากที่ดีเอสไอได้ขอรื้อฟื้นคดีใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 วันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาได้ตัดสินว่าพยานที่ผู้ร้องนำมาสืบล้วนเป็นพยานหลักฐานที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมากล่าวหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ย่อมมีโอกาสที่จะแต่งเติมเรื่องราวขึ้นให้ผิดไปจากความจริงได้ง่าย ส่วนพยานปากอื่นที่ผู้ร้องนำมาสืบก็มิใช่ประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ อาศัยเหตุดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพียงพอที่จะแสดงว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำผิด พิพากษายกคำร้อง
นายคมหาญ ไปสุวรรณ์ ทนายความ นายพัสกร สิงคิ ได้กล่าวว่า ในประจักษ์พยานที่ทางเรามีเป็นหลักฐานใหม่ ศาลไม่เชื่อถือในเรื่องที่ผู้ต้องหาตัวจริงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ไปสืบและจับตัวมาได้อาจมีผลประโยชน์ก็ได้ เพราะทางผู้ต้องหาได้พบกับนายพัสกรในเรือนจำ จึงทำให้ศาลเชื่อได้ว่า นายพัสกร น่าจะไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้ แต่ นายพัสกร ได้รับโทษมา 1 ใน 3 เข้าข่ายพักโทษได้แล้ว การต่อสู้ในคดีนี้ นายพัสกร สู้เพื่อต้องการพิสูจน์ตัวว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การตัดสินนี้ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดเพราะการรื้อฟื้นคดีอาญาผู้ต้องหาสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่นายพัสกรก็คงภูมิใจที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว สุดท้ายคือ เคารพในการตัดสินของศาล
ด้าน นายสมชายและนางเสนาะ สิงคิ บิดาและมารดาของ นายพัสกร หลังจากที่ได้ฟังคำพิพากษาจบ ถึงกับร้องไห้โฮจนล้มตัวหมดแรง กว่าญาติจะพยุงออกมาจากห้องพิจารณาคดีได้กว่าครึ่งชั่วโมง โดยกล่าวทั้งน้ำตาว่า ได้ต่อสู้มาจนสุดตัวแล้วซึ่งมีเพื่อนบ้านมามอบช่อดอกไม้ร่วมให้กำลังใจให้ดำเนินชีวิตสู้ต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำศาลได้ควบคุมตัวนายพัสกร ไปยังห้องควบคุมเพื่อส่งไปยังเรือนจำต่อไป
สำหรับคดีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2551 ขณะที่ นายพัสกรไปงานเลี้ยงฉลองงานบวช และหลังจากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันที่บริเวณนอกสถานที่จัดงาน พร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่จนมีผู้เสียชีวิต และต่อมาตำรวจได้เข้าจับกุมนายพัสกร ในความผิดข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุก 20 ปี จนเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2556 นายธิตินัย พาติกบุตร เจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ พร้อมด้วย นายคมหาญ ไปสุวรรณ์ ทนายความ นายพัสกร ได้เข้ายื่นหนังสือต่อศาลจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขอให้รื้อคดีขึ้นมาใหม่โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดี ซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงทีสุดนั้นจะแสดงว่า นายพัสกรไม่ได้กระทำความผิด จนนำมาสู่การตัดสินคดีเป็นที่สิ้นสุดในวันนี้

