เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตรโสภากุล สว.กก.3 บก.ป. ร.ต.อ.กิตติภพ ทองเพชร รอง สว.กก.3 บก.ป.ร่วมกันจับกุมตัว นายสุเมธ ศรีบำรุง อายุ 28 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ.62/2560 ในข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนรัชดาภิเษก หน้าบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายสุเมธ พร้อมกับนายธนธรณ์ หรือ ก้อง นวลเพชร อายุ 34 ปี ชาว จ.สงขลา ได้ร่วมกันแอบอ้างตัวว่าเป็นเซลล์แมนขายน้ำมันปิโตรเลียม ออกตระเวนก่อเหตุหลอกลวงผู้ประกอบการโรงสีข้าวและอุตสาหกรรมขนาดย่อมในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยอ้างว่าสามารถจัดหาน้ำมันฯมาขายให้กับผู้เสียหายในราคาถูกกว่าท้องตลาดได้ แต่มีข้อแม้ว่าผู้เสียหายจะต้องยอมโอนเงินค่ามัดจำให้กับผู้ต้องหาก่อนส่วนหนึ่ง ต่อมาเมื่อได้รับเงินค่ามัดจำจากทางผู้เสียหายแล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ก็จะทำการปิดเครื่องโทรศัพท์พร้อมกับขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ซึ่งกว่าที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อถูกหลอกก็สายไปแล้ว อย่างไรก็ตามภายหลังทราบเรื่องทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งสืบทราบว่า นายสุเมธ 1 ในผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงได้นำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว เหลือเพียงนายธนธรณ์ ผู้ร่วมขบวนการอีก 1 รายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
จากการสอบสวน นายสุเมธ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นการ์ดดูแลรักษาความปลอดภัยสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา และได้รู้จักกับนายธนธรณ์ แขกประจำสถานบันเทิงดังกล่าว ก่อนจะถูกนายธนธรณ์ ว่าจ้างให้เปิดบัญชีรับเงินโอนเงินเข้าออก แต่ไม่ทราบว่าเงินที่โอนเข้าออกนั้นเป็นเงินอะไร รู้เพียงว่าพอมีคนโอนเงินเข้ามานายก้องก็จะโทรมาบอกให้ตนไปกดเงินแล้วโอนต่อไปให้นายก้อง ที่ผ่านมาทำมาแล้ว 10 กว่าครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะได้รับเงินส่วนแบ่งในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเงินที่เงินเข้ามาในบัญชี นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายสุเมธ ผู้ต้องหารายนี้พบว่ามีหมายจับติดตัวในคดีลักษณะเดียวกันนี้ตามพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 4 หมายจับ ขณะที่นายธนธรณ์ผู้ต้องหาอีก 1 รายที่อยู่ระหว่างการหลบหนีจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับติดตัวในคดีลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 10 คดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ. วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

