วันที่ 12 เมษายน ในเดือน เม.ย.นี้พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโ ขงติดกับ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว มีระดับสูงจนเข้าท่วมเกาะแก่งแล ะริมตลิ่งตลอดแนว ซึ่งสภาพดังกล่าวแตกต่างจากธรรม ชาติของแม่น้ำโขงที่ผ่านมา โดยหล ายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากการที่เขื่ อนจี่งหงซึ่งกั้นแม่น้ำ โขงในเขตเมืองเชียงรุ้ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ห่างจาก อ.เชียงแสน ประมาณ 400 กิโลเมตร ที่มีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนใน ปริมาณ 2,500-2,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่อัตราการไหลเข้าของน้ำจาก เขื่อนอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่าท างการจีนได้ลดระดับการปล่อยน้ำอ อกจากเขื่อนลงกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่มีกระแสว่าทางการจีนกำลัง จะกลับมาสำรวจแม่น้ำโขงในจุดที่ ติดฝั่งไทยโครงการปรับปรุงร่องแ ม่น้ำโขงอีกครั้งหลังจากก่อนหน้ านี้ถูกต่อต้านหนัก
โดยนายสุรนาท ศิริโชค รักษาการ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย กล่าวว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ประสานงานคณะ กรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ว่าทางการจีนได้แจ้งหนังสือถึง MRC อย่างเป็นทางการว่าในระหว่างวัน ที่ 10-17 เม.ย.นี้ ทางการจีนจะลดอัตราการระบายน้ำจ ากเขื่อนจิ่งหงดังกล่าวลง จากเดิมระบายในปริมาณราว 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเหลือ เพียง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่ง ผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงหลังจา กนั้นลดลงจากระดับปกติลงไปประมา ณ 1-1.50 เมตร
ด้าน น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่าศูนย์ควบคุมแม่น้ำล้านช้ าง-แม่โขง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ได้เริ่มมีการแจ้งเตือนบรรดาคนเ ดินเรือแม่น้ำโขงว่าได้เริ่มมี การระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงล่ วงหน้ามาตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.แล้ว โดยระบายน้ำมากในช่วงเ วลา 17.00-24.00 น.จากเดิมมีการระบายน้ำในปริมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็เหลือเพี ยง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งก็ จะมีผลทำให้พื้นที่ตอนล่างแม่น้ำ โขงเขต สปป.ลาว เมียนมา และไทย จะมีระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า กรมเจ้าท่ า กระทรวงคมนาคมของไทยได้มีการจัดประชุมชี้แจงค วามเข้าใจกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งครั้งนี้พบว่ามีที่ปรึกษากา รสำรวจภาคสนามของจีนและไทยเข้ าร่วมด้วย ณ โรงแรมนาคราช อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายสมชาย สุขมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่านำคณะไปให้ข้ อมูล โดยแจ้งถึงสถานการณ์เกี่ยวกับแม่ น้ำโขงที่ผ่านมา การออกสำรวจภาคสนามในแม่น้ำโขงข องที่ปรึกษาจีนตามโครงการปรั บปรุงร่องแม่น้ำโขงและทางคณะรั ฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา กระทั่งมีการจัดกิจกรรมของภาคปร ะชาชนที่ไม่เห็นด้วยเพราะเกรงจะ กระทบกับระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ฯลฯ

นอกจากนี้ การแจ้งคาดการณ์ว่ าที่ปรึกษาจีนจะเริ่มสำรวจภาคสน ามในแม่น้ำโขงอีกครั้งช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2560 นี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการสำรว จในเขตจีน สปป.ลาว-เมียนมา และใน สปป.ลาว ตั้งแต่แขวงบ่อแก้ว แขวงอุดมไชย แขวงไชยบุรี และแขวงหลวงพระบาง ไปแล้วแต่เว้นไว้เฉพาะเขตแดนไทย ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร โดยการสำรวจรอบใหม่จะมีตั้งแต่ส ามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปจนถึง อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ถึงจุดแก่งผาไดซึ่งเป็นจุดสุดท้ ายของแม่น้ำโขงที่ไหลเข้าสู่ สปป.ลาว ต่อไป
ในส่วนของกลุ่มนักอนุรักษ์นั้น นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า การจะดำเนินการตามโครงก ารดังกล่าวควรจะมีการศึ กษาประเมินผลกระทบที่เกิดจากการ ระเบิดเกาะแก่งในโครงการระยะหรื อเฟสแรกบนพื้นที่เหนือน้ำ และศึกษาการปล่อยน้ำของจีน ศึกษาผลกระทบเรื่องเขตแดน อธิปไตย ยุทธศาสตร์ความมั่นคง การพัฒนาที่เหมาะสมกับร่องน้ำก่อนด้วย

