หน้าแรก ในประเทศ สตูลเร่งสางปั...

สตูลเร่งสางปัญหาเก็บเงินเรือยาวเกาะหลีเป๊ะที่ยื้อเป็นสิบปี ผู้ว่าฯยันไม่มีมาเฟีย

12.04.17 | 11:45 น.

วันที่ 12 เมษายน 2560 หลังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากชมรมเรือหางยาวและตัวแทนเรือ สปีดโบ้ท เกาะหลีเป๊ะ กรณีความขัดแย้งที่เกิดจากการประกอบการเรือหางยาวเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 50 บาท หลังเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นที่สนใจแก่ประชาชนและทุกภาคส่วน   เนื่องจากได้มีการปรากฏข่าวและสื่อสังคมออนไลน์ จนส่งผลต่อภาพลักษณ์จังหวัดสตูล ขณะที่ ชมรมเรือหางยาวเกาะหลีเป๊ะ ได้ยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าได้ทำตามระเบียบทุกประการ


 

ด้านนายเดชา ดำกระบี่  ผู้ประกอบการเดินเรือท่องเที่ยว  แสดงความคิดเห็นที่ประชุมว่า  รู้สึกเสียใจที่เกิดปัญหาบาดหมางขึ้นระหว่างชาวเล และผู้ประกอบการ   เพราะตลอดการทำงานที่ผ่านมานับสิบปี ตนเป็นหนึ่งในชุดแรก ๆ ของการบุกเบิกการทำงานร่วมกับชาวเล ในการผลักดันให้ชาวเลมีอาชีพในการบริการนักท่องเที่ยว  แต่มาวันนี้สิ่งที่ตนได้รับคือความไม่ชอบธรรม หลังโป๊ะชำรุด ทุกบริษัทนำเรือเข้าเสียบหาด ไม่ได้ใช้บริการเรือหางยาวแต่บริษัทของตนยินดีที่จะจ่ายเงินค่าเรือหางยาวให้ชาวเล เพราะไม่อยากจะทำตัวให้มีปัญหา   แต่กลับพบว่ามีบางบริษัทไม่จ่ายเงินดังกล่าว เม็ดเงินตลอด 4 เดือนกว่าที่ต้องจ่ายไป 2 ล้านบาท กลับพบว่ามีความไม่โปร่งใส ตนอยากทราบว่าเงินที่บริษัทตนได้จ่ายไปอยู่ที่ไหน

 

Advertisement

สำหรับบริษัทเดินเรือเข้าเกาะหลีเป๊ะในจังหวัดสตูล มี 7 บริษัท ไม่รวมบริษัทที่มาจากเกาะลันตา กระบี่ และเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย  ทำให้ผู้ประกอบการตั้งข้อกังขา การจ่ายเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ว่าเข้าไปช่วยเหลือคุณภาพชีวิตชาวเลจริงหรือไม่  โดยตามข้อตกลงเก่า ทุกลำที่ใช้บริการโป๊ะ จะต้องจ่ายค่าถ่ายคนจากโป๊ะขึ้นฝั่ง หัวละ 50 บาท รวมไปกลับ 100 บาท  โดย  สนง.เจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล  เปิดเผย    ตัวเลขผู้โดยสารขาเข้า –  ออก  ที่ท่าเทียบเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู  โดย   ปี 2557  จำนวนผู้โดยสาร   970,413 คน  // ปี2558 จำนวนผู้โดยสาร 1,045,101 คน   //ปี2559 จำนวนผู้โดยสาร  1,174,038 คน //ปี 2560  จำนวนผู้โดยสาร (ม.ค.-เม.ย.) 442,206 คน

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ทัตธงสักก์  ภู่พันธัชสีห์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  ได้แสดงความเห็นในกรณีนี้ หลังผู้ว่าฯเปิดพื้นที่ซักถามส่วนที่เกี่ยวข้อง  โดยเห็นว่า  พฤติกรรมของชมรมเรือหางเกาะหลีเป๊ะที่ผ่านออกสื่อ หากมีการร้องของเจ้าทุกข์ ถือว่ามีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์และเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้น  ปัญหาทั้งหมดเกิดจากโป๊ะซึ่งส่วนที่รับผิดชอบจะปฏิเสธไม่ได้  หากโป๊ะไม่ได้มาตรฐานเกิดล่มหรือมีนักท่องเที่ยวได้รับอันตรายตำรวจได้แจ้งเตือนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้แล้วว่าจะเอาผิดทันที  นอกจากนี้เห็นว่าโลกที่เปลี่ยนไป ชาวเลก็ต้องปรับตัวรู้จักงานบริการด้านการท่องเที่ยวให้มากกว่านี้  การจะช่วยเหลือชาวเลไม่ใช่สอนให้เขากินปลาเป็น  ต้องสอนให้เขารู้จักการใช้เบ็ดตกปลาด้วยถึงจะถูก

รายงานระบุว่า โดยร่วม 4 ชม.ของการประชุมตลอดครึ่งวันบ่าย  นายภัทรพนธ์  รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้สรุปปัญหาที่เกิดขึ้น  หลังการรับฟังปัญหา ทั้ง 2 ฝ่าย ว่าเกาะหลีเป๊ะนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ  หลังมีความขัดแย้งเพราะข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายที่กำหนดขึ้นมาเอง  ไม่สามารถรับกันได้  โดยปัญหาการเอาเปรียบกันนั้น   ซึ่งตลอดที่ผ่านมาทางจังหวัดไม่ได้รับทราบว่ามีข้อตกลงอะไรกันบ้าง  เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจึงได้เรียกประชุมทั้งหมดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  โดยให้แนวทางในการแก้ปัญหาคือ ยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรม อาจจะไม่เปะซะทีเดียว มีความเหลื่อมล้ำบ้างก็ให้น้อยที่สุด  และภายใน 45  วันนับจากนี้   ต้องมีโป๊ะเพื่อบริการนักท่องเที่ยวให้ได้  เนื่องจากได้อนุมัติจัดงบในการซ่อมแซมโป๊ะแล้วจำนวน 2 ตัวและได้สั่งซื้อโป๊ะใหม่เพิ่มอีก 1 ตัว เป็นเงิน 20 ล้าน และมาจัดระเบียบกันอีกครั้ง   โดยให้ชาวเลทั้งหมดต้องไปจดทะเบียนให้เรียบร้อย  ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ  วิสาหกิจ  หากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  ได้กำชับให้ทางอำเภอเป็นพี่เลี้ยงช่วยดำเนินการให้   รวมทั้งผู้ประกอบการเดินเรือต้องรวมตัวในรูปชมรมเพื่อมาตรฐานราคาเดียวกันไม่เอาเปรียบกัน  พร้อมย้ำให้ทุกคนเน้นความปลอดภัย  มาเป็นลำดับแรก  และรองลงมาคือ  สะดวกสบาย

 

“โดยระหว่าง 45 วันนี้นั้น  ให้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล  เป็นประธานในการพูดคุยกับทาง ผู้ประกอบการ  และชมรมเรือหางยาวเกาะหลีเป๊ะว่าจะดำเนินการอย่างไร  แล้วสรุปส่งเรื่องให้ทางจังหวัดภายใน  7 วัน  และในห้วงนี้ เป็นช่วงสุญญากาศ  ไม่มีการเก็บเงินนักท่องเที่ยวในช่วงนี้    แต่หากใครอยากจะจ่ายก็ไม่ได้ห้ามอะไร    ส่วนเรื่องมาเฟียนั้นยืนยันว่าเกาะหลีเป๊ะไม่มีปัญหาเรื่องมาเฟีย  อย่างแน่นอน    ส่วนเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใส กรณีเงินที่เก็บไปก่อนหน้านี้   คงต้องรอให้มีการจัดระเบียบก่อน จะพบว่ามีเจ้าหน้าที่ราชการพัวพันด้วยไหมไม่ช้าก็จะทราบผล” นายภัทรพนธ์ กล่าว