วันที่ 12 เมษายน 2560 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้โพสบนเฟสบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ “Srisuwan Janya” เกี่ยวกับภาพและข้อมูลรีสอร์ทที่ก่อสร้างบนที่ดินรอส.เขาค้อโดยผิดกฎหมาย พร้อมระบุว่า “กว่าจะมาเป็นเขาค้อที่ท่องเที่ยวอันสวยงามอยู่ทุกวันนี้ ประวัติศาสตร์คือสมรภูมิเลือดเนื้อของเหล่าวีรชนนักรบหนึ่งพันกว่าชีวิต บาดเจ็บสี่พันกว่านายครับ แต่ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกกลุ่มทุนฮุบเอาไปสร้างโรงแรม รีสอร์ทกว่า 420 แห่ง โดยลูกหลานวีรชนได้แต่มองตาปริบๆ” หรือ ” คำสั่งทหารกองพลทหารม้าที่ 1 ดำเนินการมาแล้ว แต่ไม่มีการติดตามคดีหรือดำเนินการเสนอปลดราษฎรอาสาที่ทำผิดเงื่อนไข 9 ข้อ ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ครับ”
นอกจากนี้นายศรีสุวรณยังโพสภาพและข้อความบนเฟสบุ๊กตอกย้ำเพิ่มเติมอีกว่า “เหตุเกิดที่เขาค้อ. ปี 2550 คำสั่งกองพลให้ตรวจสอบรีสอร์ทบุกรุกที่ดิน รอส.จนมีการแจ้งดำเนินคดีกับ 37 รีสอร์ท หลังจากนั้นคดีไม่คืบหน้าและยังมีการก่อสร้างรีสอร์ทบุกรุกขึ้นเป็นจำนวนมาก กองพลทหารม้าที่1 โดยพันเอกชัยณรงค์ แกล้วกล้า(ยศตอนนั้น) ได้ดำเนินการลงตรวจสอบในช่วงปี 2551-2553 ได้ดำเนินการโดยใช้เครื่องบินขี้นบินถ่ายภาพพื้นที่รีสอร์ทบุกรุกเข้าไปสร้างในที่ดิน รอส.แต่ก็ยังไม่เกรงกลัวความผิดและยังทำการก่อสร้างขยายพื้นที่จนไม่สามารถควบคุมได้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร และป่าไม้ ไม่ดำเนินการใดๆและยังปล่อยให้มีการกระทำผิด อันเป็นความผิดที่มองเห็นถือเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าต่อเจ้าหน้า ที่จะอ้างว่าไม่ทราบ ไม่รู้ หรือไม่เห็นนั้นไม่ได้ครับ”

นอกจากนี้นายศรีสุวรรณยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า เหตุผลที่นำข้อมูลรีสอร์ทที่เคยถูกจับกุมมาเปิดเผยผ่านทางเฟสบุ๊ก เพื่อต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบได้ติดตามในขบวนการดำเนินคดีรีสอร์ททั้ง 37 รายอย่างจริงจัง ที่สำคัญไม่ควรที่จะปล่อยให้เป็นขบวนการของศาลแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะเข้าไปขออนุญาตหรือขอให้ศาลคุ้มครองโดยระงับหรือห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการ ที่ไปซื้อที่ดินมาจากรอส.หรือนำที่ดินของรอส.มาใช้ประโยชน์ ได้เข้าไปดำเนินการหรือทำการใดๆในพื้นที่พิพาทดังกล่าว ไม่ใช่ว่าพอเริ่มดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์แล้วก็ปล่อยปละละเลยถือว่าหมดหน้าที่ของตนแล้ว แล้วผลักภาระหน้าที่ให้เป็นของตำรวจ อัยการหรือศาลคิดว่าไม่น่าจะใช่
“เรื่องนี้ผู้ที่ร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ว่าจะเป็นจังหวัดหรือทหารหรือกรมป่าไม ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ใช่เดินหน้าไปในแบบลูบหน้าปะจมูกหรือแกล้งดำเนินการไปวันๆ โดยข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนถือว่าไม่ชอบ เรื่องนี้ทางสมาคมฯเองก็เฝ้าติดตามอยู่และสมาคมฯก็ตั้งประเด็นพิพาทไปแล้ว หากหน่วยงานเหล่านี้ละเลยเพิกเฉยก็จะต้องนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลปกครองได้ต่อไป”นายศรีสุวรรณกล่าว

