วันที่ 12 เมษายน ความคืบหน้ากระแสชาวชุมชนเชียงใหม่ออกมาแสดงความไม่พอใจกรณีเทศบาลนครเชียงใหม่และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ยอมอนุญาตให้บริษัทออร์แกไนซ์ตั้งเวทีประกวดเทพี-เทพบุตรสงกรานต์บนลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรืองานประเวณีปี๋ใหมเมือง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยนายกเทศมนตรีลงพื้นที่ตรวจสอบพิจารณาแก้ไขและมีการปรับแก้ในบางส่วน แต่บางส่วนได้มีการทำข้อตกลงกับเอกชนไว้แล้ว ทางเทศบาลฯก็จะนำไปปรับปรุงให้งดงามขึ้นในปีต่อๆ ไป
“คงต้องมีการคุยกันในเรื่องนี้ เพราะปีนี้การจัดงานเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ทุกปีเราจะมีกิจกรรมลักษณะนี้ไว้ที่ลานประตูท่าแพ แต่มองว่าประตูท่าแพเป็นโบราณสถาน เป็นลานคนเมือง ก็อยากให้คนเมืองได้มีโอกาสมาใช้ประโยชน์เต็มที่ และได้รับความร่วมมือจากคณะวิจิตรศิลป์มาก่อเจดีย์ทราย 12 ราศี เพื่อให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวได้มาสักการบูชา จึงมีการย้ายสถานที่มาลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์แทน แต่กระบวนการอาจจะคุยกันสับสนนิดหน่อยในตอนทำข้อตกลง จึงพยายามปรับแก้ให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจที่สุดสำหรับจิตใจของผู้เฒ่าผู้แก่ที่มองว่าไม่เหมาะสม แต่ได้คุยกันแล้วว่าปีหน้าจะทำอย่างไรในฐานะเชียงใหม่เป็นเมืองอารยธรรม ที่มุ่งหวังว่าจะก้าวสู่มรดกโลกต่อไป” นายปวิณกล่าว
ส่วนเรื่องประเด็นน้ำคูเมืองเน่านั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่คนมาเชียงใหม่มีชื่อเสียงคือ การเล่นสงกรานต์รอบคูเมือง ซึ่งต้นสัปดาห์พร่องน้ำออกไปจากคูเมือง เพื่อรับน้ำใหม่จากชลประทานเชียงใหม่ และมีประชาชนแสดงความกังวลซึ่งก่อนหน้านั้นสำนักงานสิ่งแวดล้อมได้มีการนำตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบคุณภาพ และพบว่าน้ำไม่เหมาะสมในจุดไหนบ้าง เพื่อดำเนินการแก้ไข ตอนนี้มีการแก้ไขแล้ว และมีการนำน้ำใหม่เข้ามาแล้ว โดยวานนี้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำแล้ว ยืนยันว่าคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานและความปลอดภัยสามารถนำมาเล่นน้ำสงกรานต์ได้ แต่ไม่ใช่น้ำดื่มได้ ถูกตัวหรือผิวได้แต่ไม่เกิดผื่น

ด้านนายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลฯ ได้มีการปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสม ในการแต่งกายและการจัดกิจกรรม เพื่อระวังไม่ให้มีผลกระทบต่อวัฒนธรรมที่ดีของเมืองเรา กรณีเอกชนที่รับงานไปจากเทศบาล เราจะต้องดูว่าผิดพลาดอะไรเพื่อคุม ส่วนเวทีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันนั้นคงจะไม่มีการย้ายเพราะเกรงว่าจะไม่ทันงานที่กำลังจะมีขึ้น
เมื่อถามถึงความเหมาะสมในการประกวดชายงามบนลานอนุสาวรีย์นั้น นายณัฐฐ์ชูเดชกล่าวว่า ผมก็เป็นรองนายกเทศมนตรี แต่ไม่ได้ดูแลงานนี้ เป็นความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีและบริษัทที่รับไปจัด แต่จะทำให้สุภาพที่สุด ไม่ถึงขนาดถอดเสื้อ แต่บริษัทมีการนำเสนองานมาก่อนแล้ว คงไม่เหมือนการจัดปีที่แล้วบนลานประตูท่าแพที่มีการถอดเสื้อประกวด เพราะคนละสถานที่กัน เนื่องจากจุดนี้เป็นลานวัฒนธรรมและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เทศบาลฯรับปากว่ากิจกรรมทั้งหมดอยู่ในความดูแลจะไม่ให้ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีของบ้านเรา
ขณะที่นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา หรือ ‘ปราชญ์ล้านนา’ กล่าวว่า ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรทำอะไรที่ผิดจารีตประเพณี ฝากให้พิจารณากันหน่อย เพราะความจริงแล้วต้นตอน่าจะเกิดขึ้นมาตั้งแต่การอนุญาต ควรรู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร และตัดสินตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ควรให้ประชาชนออกมาบอก ปีต่อไปและในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ เราควรทำในสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมาย และให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา และฮักเมืองเชียงใหม่นักขึ้น ร่วมกันอนุรักษ์จารีตประเพณีมากขึ้นเป็นแนวทางที่ควรทำ ฝากประชาชนช่วยกันดูช่วยกันสอดส่อง กรณีนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขึ้นในบ้านเมืองเรา
ล่าสุด มีการย้ายเวทีประกวดชายงาม หรือเวทีเทพีและเทพบุตร ออกไปจากลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ลงไปยังสนามหญ้าด้านข้าง ส่วนเวทีใหญ่ยังคงอยู่ที่เดิมและเช้านี้มีการนำโต๊ะหมู่บูชาและอาสนะพระสงฆ์ขึ้นไปตั้งในระหว่างประกอบพิธีตักบาตรทำบุญในวาระเชียงใหม่ 721 ปี จากปกติที่จะทำที่ลานหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นวงกว้าง

