เมื่อวันที่ 13 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐ วิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ อาทิ ศูนย์โรตารีในประเทศไทย โรงเรียนอนุบาลระยอง ฝ่ายประถม สวัสดิการเงินกู้ องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงเนิน กลุ่มบริษัทวานิช กลุ่มบริษัทในเครือคอทโก้ โครงการจุดบริการเปลี่ยนชุดดำสุภาพเพื่อพ่อ สมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ศิริลีฟวิ่ง จำกัด บริษัท ธารดา จำกัด บริษัท บางกอกเพรสพาร์ทส จำกัด และบริษัทในกลุ่ม บริษัท พีเอสเค คอนซัลแทนส์ จำกัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระเจ้าเกล้าพระนครเหนือ รุ่นที่ 23 บริษัท กรณิศก่อสร้าง จำกัด บริษัท ดีว่าบิวตี้ จำกัด บริษัท ซัคเซสบีทูซี จำกัด บริษัท ยูเนี่ยนฟู้ดส์ จำกัด บริษัท จักรวาลคอมมูนิเคชั่น ซิสเท็ม จำกัด บริษัท สตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยเดนกิ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท ที กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มาสเตอร์พีซ ออกาไนเซอร์ จำกัด เป็นต้น
ในการนี้ เจ้าพนักงาน นิมนต์ พระปริยัติวโรปการ เจ้าอาวาสวัดนาคกลาง กรุงเทพฯ แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง “ปุญญกถา” ถวายในการบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ ความว่า การสั่งสมซึ่งบุญนำสุขมาให้ คำว่าบุญแปลว่า เครื่องชำระสันดาน ความดี ความสุข ความประพฤติชอบทางกาย วาจา และใจ เป็นหลักในการสร้างกรรมดีทางพระพุทธศาสนา หากมองโลกตามความเป็นจริงทุกบ่อบุญทุกความดีนั้นทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ 7 ประการ ดังนี้ เพื่อกตัญญูบูชา กตัญญูบูชาคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการทำบุญทำความดีตอบแทนบูชาพระคุณของพระองค์ เพราะพระราชกรณียกิจ พระราชภารกิจ ที่ทรงบำเพ็ญเป็นคุณ เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และประชาชนนั้นมีมากมายสุดที่จะพรรณา เราจึงต้องทำบุญทำความดี ประกาศคุณงามความดีของพระองค์ท่าน ประการที่ 2 เพื่อขอขมา ขอลาโทษ บาปกรรมที่เป็นความผิดน้อยใหญ่ ที่เราเคยประพฤติผิดพลาดทำลงไป ด้วยเจตนาก็ตาม ไม่มีเจตนาก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมาแล้วนั้น ท่านให้ทำบุญทำความดีเพื่อตอบแทนแก้ไขโดยการน้อมบุญที่ได้ทำแล้วนั้น เป็นเครื่องขอขมาขอลาโทษ ประการที่ 3 เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน โลกนี้อยู่ได้ด้วยการให้ การเสียสละ การแบ่งปัน การช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขความสงบร่มเย็น ความเจริญรุ่งเรือง การทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นการกระทำที่ประเสริฐที่สุด ประการที่ 4 เพื่ออุทิศบุญกุศล ซึ่งเป็นบุญกิริยา เป็นประเพณีที่ชาวพุทธถือปฏิบัติ เมื่อมีบุคคลที่ตนเคารพรักล่วงลับไปแล้ว ประการที่ 5 เพื่อความเป็นสิริมงคล ทางพระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า มงคลแท้มงคลธรรมคือการประพฤติตามหลักศีล หลักธรรม การทำบุญแต่ละครั้งก็คือการสร้างสิริมงคลแก่ตนเอง ประการที่ 6 เพื่อชำระใจตนให้บริสุทธิ์ คือการชำระจิตใจของตนให้สะอาด สว่าง สงบ บริสุทธิ์ผ่องใสให้บริสุทธิ์ปราศจากบาปอกุศลต่างๆ และประการที่ 7 เพื่อสมบัติสูงสุด 3 ประการคือ มนุษย์สมบัติ สวรรคสมบัติ และนิพพานสมบัติ บุญที่ทำไปทุกบ่อบุญย่อมจะรวมตัวเป็นบารมีธรรมหนุนนำส่งเสริม เป็นเหตุปัจจัยนำพาให้ได้พบซึ่งสมบัติทั้งสามประการ
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 เมษายน หลังสำนักพระราชวัง ปิดเวลา 21.14 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 26,270 คน รวม 161 วัน มี 6,069,556 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,579,465.75 บาท รวม 161 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 495,441,406.76 บาท
นางเพียงใจ สำราญพงศ์ อายุ 68 ปี ข้าราชการครูบำนาญ โรงเรียนบ้านต้องวิทยาคาร ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังเกษียณอายุราชการแล้วก็มาอยู่กับลูกสาวที่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ วันนี้ลูกสาวหยุดเทศกาลสงกรานต์ จึงได้เดินทางมาพร้อมกับน้องสาว และลูกสาวอีก 2 คน ออกจากบ้านตี 4 กว่า ก็ได้เข้ากราบคณะแรกๆ รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเข้ากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งประมาณปี 2518 ตนและน้องสาวเคยรับเสด็จฯ พระองค์ขณะเสด็จไปเยี่ยมราษฎร ที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ด้วยพระบารมีของพระองค์เห็นแล้วน้ำตาไหลทุกครั้ง รู้สึกซาบซึ้งเหมือนพระองค์เป็นเทพเจ้าที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้อีกแล้ว
“ขณะเข้ากราบพระองค์รู้สึกปลาบปลื้ม ก็อธิษฐานขอให้ในหลง ร.9 เสด็จสู่สวรรค์ชั้นสูงสุด เกิดชาติใดก็ขอให้ได้เกิดใต้ร่มโพธิสมภารของพระองค์ และภูมิใจที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 และในฐานะที่เป็นข้าราชการครู ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง ขยันอดทนและมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำเพื่อให้เกิดความสำเร็จ” นางเพียงใจกล่าว
ขณะที่ ดร.ดาราวรรณ สำราญวงศ์ นักวิชาการ บริษัทเอกชน กล่าวว่า รู้สึกรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น พระองค์เป็นที่รักของพสกนิกรมาก ในช่วงที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯพระราชทานปริญญาบัตรที่ ม.ขอนแก่น ไม่เพียงนักศึกษคณาจารย์ที่รู้สึกปลาบปลื้ม ประชาชนก็ต่างมานั่งรอรับเสด็จตลอดริมถนนไฮเวย์ เห็นภาพแล้วรู้สึกประทับใจมาก พระองค์ไม่มีอะไรมาเทียบได้อีกแล้ว และที่ตนเองภูมิใจอีกเรื่องคือหลังจากเรียนจบทำงานแล้วก็ได้มีโอกาสทำงานวิจัยที่โครงการหลวงด้วย
“ก็อยากให้คนรุ่นหลังยึดแนวพระราชดำรัสและคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ หรือมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพราะไม่เพียงแต่เกิดผลดีต่อตนเองแล้ว ยังส่งผลดีต่อสังคมโดยรวมด้วย” ดร.ดาราวรรณ กล่าว

