ตร.เผยอุบัติเหตุสงกรานต์พุ่ง แต่ยอดตายลด ย้ำเข้มกฎจราจร ปลื้ม ปชช.ร่วมมือไม่เล่นน้ำในที่ต้องห้าม

13.04.17 | 14:03 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เพื่อรายงานสถานการณ์การจราจรและการบังคับใช้กฎหมายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการประชุมกับตำรวจหน่วยต่างๆ พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บในทุกพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน จนถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ของปี 2559 แต่มีผู้เสียชีวิตลดลงพื้นที่ละ 1-2 ราย ส่วนการบังคับใช้กฎหมายด้านการจราจรและการตรวจเพื่อป้องกันเหตุต่างๆ พบว่ามีผู้ทำผิดกฎจราจรในเรื่องการไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดมาเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศกาล

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยว่า และการเดินทางออกต่างจังหวัดในพื้นที่ต่างๆนั้น การจราจรไม่ติดขัดหนาแน่นเหมือนกับในช่วงปีที่ผ่านมาจึงทำให้ประชาชนผู้ขับขี่บางคนไม่ระมัดระวัง ทั้งนี้ อัตราส่วนในด้านการจราจรทุกพื้นที่ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นจนหนาแน่น แต่ก็สามารถเร่งระบายรถออกนอกพื้นที่ไปได้เรื่อยๆ ไม่มีปัญหารถติดขัดสะสมเหมือนกับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 และปีใหม่ที่ผ่านมา จนทำให้การจราจรคล่องตัวในช่วงเช้า

พล.ต.ท.วีรพงษ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมเหตุการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในช่วงวันที่ 11-17 เมษายน พบอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนามากขึ้น ผู้บาดเจ็บในวันที่ 11-12 เม.ย.นี้ เพิ่มมากขึ้น แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตลดน้อยลงอย่างมาก 81 ราย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 2559 มีผู้เสียชีวิต 116 ราย ทั้งนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมไปยังทุกหน่วยในการหามาตราการชะลอความเร็วของรถ และมีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเน้นในเส้นทางรองและในชุมชนหมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมความพร้อมเส้นทางจราจรในการทยอยเดินทางกลับประมาณวันที่ 15-17 เม.ย. สำหรับกรณีที่ตำรวจนครบาลได้ออกมาตรการในการห้ามรถน้ำและห้ามรถเครื่องเสียงเข้าไปในเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นนั้น ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการแนะนำและแจ้งเตือนให้ไปใช้ในเส้นทางอื่น

“สำหรับการตรวจจับมีจำนวนครั้งของการตรวจเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากเราที่ต้องการที่จะตักเตือนและห้ามปรามสิ่งที่ผิดกฎหมาย อาทิ ข้อหาเมาและขับโดยมีจำนวนลดลงจากปีที่ผ่านมา 581 ราย ข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อกลดลง 4,943 ราย ข้อหาขับรถเร็วและก็แซงกันในที่คับขันลดลง 155 ราย ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนที่มีการจับกุมเพิ่มมากขึ้นนั้นคือข้อหาไม่มีใบขับขี่ 2,991 ราย ข้อหาสภาพของรถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย1,765 ราย และข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 1,590 ราย ขณะที่โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ 2,928 หลัง ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มี 3,700 กว่าหลัง ตั้งแต่รับฝากมายังไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว

Advertisement