วันที่ 13 เมษายน นายประวัติศาสตร์ จันทรเทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กำลังหารือกับนายสัตวแพทย์(น.สพ.)ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์สัตว์ป่าประจำกรมอุทยานแห่งชาติเรื่องการทำโครงการวิจัยพฤติกรรมของหมีควายสำหรับการจัดการหมีของกลาง เพื่อเตรียมการปล่อยหมีคืนสู่ธรรมชาติ และขอทำเรื่องขออนุญาติจากกรมอุทยานฯแห่งชาติเพื่อให้ “ชาลี ชักกุย” หรือ ชักกุย ลูกหมีควาย ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในสมัยที่ตนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เคยช่วยชีวิตเอาไว้ระหว่างการถูกหมารุมกัดในไร่สัปปะรด และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เลี้ยงดูจนกระทั่งปัจจุบันนี้ โดยก่อนหน้านี้ก็พบว่า แม้หมีควายชักกุย จะมีร่างกายเติบโต แข็งแรงแบบหมีควายป่าทั่วไป แต่กลับพบว่า มีความผิดปกติด้านสมอง และป่วยเป็นโรคลมชัก จะต้องให้กินยากันชักเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร
“วันนี้ชักกุยโตขึ้นมาก ถือเป็นหมีควายที่ค่อนข้างอ้วน สำหรับวัยสองขวบกว่า ที่มีน้ำหนัก 150 กิโลกรัม เป็นหมีขี้เล่นเหมือนเด็กๆ ชอบเล่นซ่อนแอบ ไปหลบหลังต้นไม้ให้คนอื่นตามหา แต่รูปร่างหน้าตามันก็เป็นหมีควายทั่วๆไป คือ ตัวใหญ่ มีฟัน มีเขี้ยว มีกรงเล็บ แม้จะไม่เคยทำร้ายใคร คนที่ไม่คุ้นเคย และไม่รู้จัก มักจะกลัว ในขณะที่คนใกล้ชิดคุ้นเคยกับชักกุยจะรู้ดีว่า ชักกุยเป็นหมีน่ารัก ขี้เล่น โดยเฉพาะในช่วงนี้อากาศร้อน ชักกุยจะชอบเล่นน้ำมากเป็นพิเศษ แช่อยู่ในน้ำเกือบตลอดวัน” นายประวัติศาสตร์ กล่าว
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การให้ชักกุยอยู่แบบนี้ไปวันๆ เหมือนกับการเลี้ยงไปเรื่อยๆรอให้แก่ตาย ตนคิดว่าควรจะทำโครงการวิจัยศึกษาเรื่องพฤติกรรมของหมีควายอย่างจริงจัง โดยใช้ชักกุยเป็นต้นแบบ จะได้นำชักกุยมาดูแลที่อุทยานแห่งชาติทับลานได้ ที่สำคัญคือ พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานนั้นอยู่ใกล้หมอมากกว่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชักกุยเป็นหมีที่ป่วยค่อนข้างบ่อยกว่าหมีตัวอื่นๆ ควรจะอยู่ใกล้หมอย่อมดีกว่าแน่นอน
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ส่งชักกุยไปอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี นายประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุงนั้น มีหมีของกลางอยู่แล้วจำนวนมาก ชักกุยเป็นหมีที่ไม่สบายต้องให้ยาทุกวันและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ก็ไม่ได้ว่าอะไรหากว่าอุทยานจะดูแลเอง
ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา หากนายประวัติศาสตร์ จะนำชักกุยไปเลี้ยงที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดนจะทำโครงการวิจัยเรื่องหมีควายควบคู่ไปด้วย น่าจะมีประโยชน์กับหมีควายของกลางตัวอื่นๆที่กรมอุทยานดูแลอยู่ด้วย







