เจาะลึก แสนยานุภาพ จรวด BM-21 ต้นกำเนิดจากรัสเซีย ยิง 40 ลูก ภายใน 20 วินาที
เหตุการณ์ปะทะรุนแรง ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อเช้าเวลา 08.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยฝั่งกัมพูชาเปิดฉากยิงโจมตี พื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ขณะเดียวกันความรุนแรงได้ลามไปยัง 6 พื้นที่ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก เขาพระวิหาร (ห้วยตามาเรีย/ภูมะเขือ) ช่องอ่านม้า ช่องจอมด้วย
ต่อมาเมื่อเวลา 09.40 น. ฝั่งกัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 แกรด จำนวน 2 นัด ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นให้ประชาชนไทยเสียชีวิต
สำหรับข้อมูลจรวด BM-21 เป็นเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 122 มม. จากรัสเซีย และถูกนำมาใช้การรบครั้งแรก ในเดือนมีนาคม ปี 1969 ในช่วงความขัดแย้งชายแดน ระหว่างจีน-โซเวียต ปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายในตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย เช่น อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ ซีเรีย เลบานอน อิสราเอล อินเดีย กัมพูชา
ลักษณะจรวด
- ความยาว 7.55 เมตร
- ความกว้าง 2.4 เมตร
- ความสูง 3.09 เมตร
- น้ำหนักจรวดพร้อมรบ 13.7 ตัน

แสนยานุภาพ
- ยานเกราะนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V-8
- ระบายความร้อนด้วยน้ำกำลัง 180 แรงม้า
- ทำความเร็วสูงสุดบนถนนได้ 75 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระยะวิ่งบนถนนสูงสุด 750 กิโลเมตร
- ข้ามแม่น้ำลึกได้ถึง 1.5 เมตร
จำนวนจรวด ในแต่ละยานเกราะ สามารถยิงใส่ข้าศึกได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะใกล้ หนึ่งกองพันมี 18 เครื่องยิง และสามารถปล่อยจรวดได้ 720 ลูก ในหนึ่งชุด การยิงดังกล่าวมีข้อเสียคือ ความแม่นยำต่ำกว่าปืนใหญ่ทั่วไป และไม่สามารถใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความแม่นยำระดับสูงสุด เนื่องจากต้องอาศัยกระสุนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แม้จรวดดังกล่าวจะมีการเตือนสั้นๆก่อนยิง แต่ BM-21 ก็ยังคงถือว่า เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพ

ปฏิบัติการณ์
สามารถติดตั้งระบบ และพร้อมใช้งานจรวด BM-21 ได้ภายใน 3 นาที และยิงได้จากห้องควบคุม มีรายงานว่าจรวดทั้ง 40 ลูก สามารถยิงออกไปได้ ภายในเวลาเพียง 20 วินาที
นอกจากนี้ จรวด BM-21 ยังสามารถบรรจุระเบิด และพร้อมเคลื่อนที่ได้ภายใน 2 นาที และหากบรรจุกระสุนใหม่ สามารถทำได้ด้วยมือ ซึ่งใช้เวลา 10 นาที

