หน้าแรก ในประเทศ อิ๊งค์ ติดตาม...

อิ๊งค์ ติดตามงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มอบกรมศิลป์บูรณะ-พัฒนาโบราณสถานแหล่งท่องเที่ยว

24.07.25 | 15:43 น.

อิ๊งค์ ติดตามความคืบหน้าโครงการงบกระตุ้นเศรษฐกิจ มอบกรมศิลป์บูรณะ-พัฒนาโบราณสถานแหล่งท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจของกระทรวงวัฒนธรรม โดยมี นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร ข้าราชการ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากร ดำเนินการโครงการงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาทของรัฐบาล โดยเน้นการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยเร็ว ถูกต้องตามระเบียบ และบริหารสัญญาให้เป็นไปตามกรอบเวลา โดยขอให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและลงนามในสัญญาภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และทุกโครงการจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมทั้งเบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จสิ้น ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ขอให้ดำเนินการในทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ผลจากการดำเนินงานขอให้ใช้ประโยชน์ได้จริง ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ตั้งไว้

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า กรมศิลปากรได้รับการจัดสรรงบกลาง โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งสิ้น จำนวน 73 โครงการ วงเงิน 575.5109 ล้านบาท ดำเนินการรวม 39 จังหวัด เน้นการพัฒนาโบราณสถาน ซึ่งนอกจากการเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงวัฒนธรรม การดำเนินงานประกอบไปด้วย การประดับไฟโบราณสถาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมยามราตรี การบูรณะโบราณสถาน ที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำมาตรฐานสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว

Advertisement

“นอกจากนี้ ได้สั่งการกรมศิลปากรให้เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันแหล่งโบราณสถาน แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมจากเหตุวาตภัยและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกรณีที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ พื้นที่ภาคเหนือ โดยขอให้มีการสำรวจพื้นที่เสี่ยง และจัดทำแผนเพื่อเตรียมป้องกัน ตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหา กรณีมีเหตุการณ์หรือผลกระทบเกิดขึ้น ให้รายงานสถานการณ์ในทันที และหากแหล่งโบราณสถาน แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องบูรณะซ่อมแซม หรือให้การเยียวยาเครือข่ายทางวัฒนธรรม ขอให้พิจารณาจัดหางบประมาณเพื่อดำเนินการเป็นการด่วน ทั้งงบประมาณของหน่วยงานเอง หรือขอรับจัดสรรงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ”น.ส.แพทองธาร กล่าว

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานเดียวในวธ. ที่ได้รับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยได้รับงบประมาณโดยได้รับงบงบประมาณ 575 ล้านบาท แบ่งงบออกเป็น 3 สามกลุ่ม คือ 1. การเพิ่มศักยภาพ แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง 2.การบูรณะ โบราณณสถานที่ที่มีศักยภาพ และ3.การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น ห้องน้ำ ในเขตโบราณสถาณและเขตอุทยานประวัติศาสตร์ ลิฟท์สำหรับผู้พิการ เป็นต้น

“สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีหลวงพ่อโสธร ศูนย์รวมความศรัทธา กรมศิลปากร จะเชื่อมโยงโบราณสถาณที่ใกล้เคียง เช่นมีแหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ชุมชนโบราณสมัยประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อยู่อำเภอพนัสนิคมจังหวัดชลบุรี ใช้เวลาไม่ถึงใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที สามารถเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวได้” นายพนมบุตร กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม น.ส.แพทองธาร ได้ เดินทางเข้ากราบสักการะหลวงพ่อโสธร และเข้ากราบนมัสการ พระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนเดินทางกลับ