ฝากขัง”ซินแส โชกุน”ตุ๋นลูกแชร์นับพันทัวร์ญี่ปุ่น ไร้ญาติยื่นประกัน ส่งนอนเรือนจำ

14.04.17 | 14:49 น.

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 14 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ควบคุมตัว น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน อายุ 30 ปี กรรมการบริหารบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 กรณีมีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย จากการหลอกลวงให้ซื้อสินค้าประเภทอาหารเสริมเพื่อแลกกับโปรโมชั่นทัวร์ประเทศญี่ปุ่น 5คืนราคาถูก มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อชำระเงินให้ผู้ต้องหา แต่กลับถูกลอยแพคาสนามบินสุวรรณภูมิ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 – 25 เมษายนนี้ เนื่องการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 50 ปาก และรอผลตรวจสอบบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายและผู้ต้องหา รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา และอื่นๆ

โดยพนักงานสอบสวน ระบุพฤติการณ์สรุปว่า น.ส.พสิษฐ์ ผู้ต้องหาร่วมกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาดำเนินคดี ได้ชักชวนประชาชนทั่วไปร่วมเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยอ้างว่าจะมีสิทธิเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในแถบเอเชีย ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อหลายพันคนจ่ายเงินเข้าบัญชีแม่ข่ายแต่ละสายที่พวกผู้ต้องหาให้สมาชิกชำระเงิน จำนวน 9,700 บาทต่อคน และจะได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอีก 2 กระปุก คาดการณ์ว่าน่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท โดยผู้ต้องหากับพวกได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำสมาชิกกลุ่มแรกที่มีจำนวนไม่มากไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกงและญี่ปุ่น กระทั่งสมาชิกอื่นหลงเชื่อว่าธุรกิจมีอยู่จริง แต่หลังได้รับเงินแล้วมีผู้เสียหายประมาณ 470 คน เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 11 เมษายน ระหว่างเวลา 18.00 น .- 20.00 น.เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องไปประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะไม่มีการจองตั๋วเครื่องบินไว้ตามที่ผู้ต้องหาอ้าง ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์ฉ้อโกงลักษณะเดียวกันระหว่างปี 2557 -2559 อีก 4 พื้นที่ในเขต สภ.เมืองนครราชสีมา , สภ.เมืองนนทบุรี , สน.ปทุมวัน และ สน.ห้วยขวาง เป็นการกระทำผิดซ้ำในลักษณะเดียวกันและมีพฤติการณ์โดยการเปลี่ยนชื่อ – สกุล และเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง แล้วยังมากระทำผิดในคดีนี้อีกทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์หลงเชื่อหลายพันคนทั่วประเทศจ่ายเงินให้ผู้ต้องหามีมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท หลังเกิดเหตุผู้ต้องหายังได้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปซื้อคอนโดมิเนียม รถยนต์ และใช้ส่วนตัว อันส่อไปในการกระทำผิดฟอกเงิน ประกอบกับภาพการทิ้งสมาชิกให้รอที่สนามบินสุวรรณภูมิสร้างความเสียหายต่อสนามบินสุวรรณภูมิและภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีไปที่จ.ระนอง กระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวมาโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มีนาคม2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย มามอบให้พนักงานสอบสวน จึงเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะหลบหนี ยากต่อการติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลัง และเชื่อว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานให้เกิดความเสียหายและเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน

ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่วันนี้ไม่มีญาติมายื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด ระหว่างที่รอส่งตัวเข้าเรือนจำ มีกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งชายหญิงกว่า 10 คน มายืนพูดคุยให้กำลังใจกับซินแสโชกุนว่า กำลังรวบรวมเงินเพื่อมาขอประกันตัวให้ โดยซินแสโชกุน ได้ตอบกลับว่า “ขออย่าทิ้งกัน คิดเสียว่าเป็นญาติคนหนึ่ง”ซึ่งมีผู้สนับสนุนหญิงบางรายถึงกับหลั่งน้ำตา ขณะที่ทุกคนพยายามบอกกับผู้ต้องหาด้วยว่า “อย่าท้อ สู้ๆๆ”

Advertisement

กระทั่งเวลา 13.55 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัว ซินแสโชกุน ผู้ต้องหา ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ศาลแขวงพระนครเหนือ ออกหมายจับ น.ส.ภวิศ ภูริภัทร์เมฆินทร์ เลขที่ 215/2560 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ตามที่พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ร้องขอกรณีมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า น.ส.ภวิศ กับน.ส.พสิษฐ์หรือซินแสโชกุน เป็นบุคคลเดียวกันที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายรายหนึ่งเมื่อเดือน เมษายน2559 ว่าจะพาบุตรวัย 9 ขวบไปถ่ายแบบเกาหลีก่อนจะขอค่าดำเนินการ 2.2 แสนบาท สุดท้ายไม่ได้ถ่ายแบบตามที่อ้าง ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีไว้ โดยพนักงาน สน.ห้วยขวาง เตรียมจะดำเนินการขอขออายัดตัวผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีเช่นกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนกรณีปรากฏคลิปเสียงที่พฤติการณ์ส่อว่าอาจเข้าข่ายการแอบอ้างเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ