(28 ก.พ.59) กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นางสุดา อายุ 42 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณทุ่งนาด้านทิศเหนือบ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 3 ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น แม่ใจร้ายแทงลูกและนำไปฝังดิน โดยนางสุดา อ้างว่าไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูเด็กทารกได้ เนื่องจากมีฐานะยากจนนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.คเชนทร์ ยืนยง ผกก.สภ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ได้เข้าเยี่ยม “น้องไอดิน” ที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น พร้อมคณะแพทย์ที่รักษาอาการ “น้องไอดิน” ที่ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤติ 1 อาคาร 11 โดย เด็กอยู่ในตู้เด็กควบคุมอุณหภูมิเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับ “น้องไอดิน” เข้าเยี่ยมเด็ดขาด ซึ่งหน้าห้องได้เขียนข้อความว่า งดเยี่ยม “น้องไอดิน” เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ด้านนพ.ชาญชัย กล่าวว่า อาการล่าสุดของ “น้องไอดิน” ขณะนี้รู้สึกตัวดี ยังมีอาการหายใจหอบเล็กน้อย หลังถอดท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ ขณะนี้ได้ให้อ๊อกเจนใส่สายระบายลมจากช่องเยื่อหุ้มปอด งดน้ำและอาหาร ให้สารน้ำและยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ แผนการรักษาทุกขณะคือเฝ้าระวังภาวะติดเชื้อ สังเกตอัตราการหายใจ และวางแผนถอดสายระบายลมจากช่องเยื่อหุ้มปอด อย่างไรก็ตาม โดยสรุปอาการ “น้องไอดิน” อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังต้องเฝ้าระวังการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ณ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต

นพ.ชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ มีผู้มีจิตศรัทธาได้ให้ความช่วยเหลือน้องไอดินเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อมเด็ก นมผง เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของใช้สำหรับเด็ก ส่วนเงินบริจาคมีผู้ใจบุญร่วมบริจาครวมยอดล่าสุดจำนวน 77,341.25 บาท ซึ่งทางโรงพยาบาลขอนแก่นจะหารือกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ถึงแนวทางการเปิดบัญชีเพื่อฝากเงิน ในนามของเด็กชายไอดิน โดยจะมีคณะกรรมการร่วมลงนามในการเบิกถอนตามระเบียบ ต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.บุญเลิศ เปิดเผยว่า คดีนี้ นางสุดาได้ยอมรับสารภาพและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงได้มาเยี่ยมอาการของน้องไอดิน เมื่อทราบว่าอาการอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว และคณะแพทย์ได้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิดจนเกิดความสบายใจ ในด้านคดีได้เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงใหญ่ และ พนักงานสืยบสวน ภาค 4 , ภ.จว.ขอนแก่น จะต้องสืบสวนขยายผลต่อไปว่าใครมีส่วนร่วมในคดีนี้หรือไม่
พล.ต.ต.บุญเลิศกล่าวอีกว่า ส่วนเหตุที่แม่น้องไอดินได้ก่อคดีขึ้นมา โดยอ้างว่าไม่ต้องการมีเด็กเกิดขึ้นมาใหม่ เพราะมีลูกอยู่แล้ว 3 คน เมื่อคลอดในสถานที่เกิดเหตุเป็นคนที่ 4 จึงได้ใช้เศษไม้ตัดสายสะดือแยกตัวเด็กออก เพราะกลัวว่าสามีจะรู้ว่าได้คลอดบุตร และได้ปิดบังมาโดยตลอด เพราะตนเองไม่สามารถที่จะเลี้ยงดู “น้องไอดิน” ได้ เนื่องจากมีฐานะยากจน แล้วนำถุงพลาสติกที่ตกอยู่บริเวณนั้นมาผูกรัดคอ พร้อมกับนำกิ่งไม้บริเวณที่เกิดเหตุแทงลงไปที่ลำตัว กระทั่งแน่นิ่งไปซึ่งตนเองคิดว่าเสียชีวิตจึงได้นำร่าง “น้องไอดิน”ไปฝังในที่พบน้องไอดินเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบสวนหาผู้เกี่ยวข้องต่อไปว่า สามีมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องลงไปในพื้นที่ของพ่อน้องไอดินเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงมาประกอบสำนวนคดีให้มากที่สุด โดยสอบปากคำสามีของผู้ต้องหา พร้อมกับญาติพี่น้องของครอบครัวสามี ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้หรือไม่ เพื่อจะรวบรวมหลักฐานก่อนส่งฟ้องศาลในลำดับ ต่อไป
ส่วนนางอภิญญา ก้อยทอง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้ทราบแล้วว่า “น้องไอดิน” อยู่ในขั้นปลอดภัย ดังนั้น ทีมสหวิชาชีพ จ.ขอนแก่นจะต้องดำเนินการต่อไป เบื้องต้นทราบแล้วว่ามีบุตรมาแล้ว 3 คน “น้องไอดิน”เป็นคนที่ 4 แต่แม่อ้างว่าไม่อยากมีเด็กขึ้นมาอีกจึงได้ดำเนินการตามที่เป็นข่าว ในด้านคดีให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนทีมสหวิชาชีพ จ.ขอนแก่น จะได้เดินทางไปบ้านของนางสุดา เพื่อดูสภาพของบ้าน พร้อมกับสอบถามสามีว่าจะดำเนินการอย่างไรกลับ “น้องไอดิน” และ ตรวจสอบสภาพครอบครัว รายได้ สุขภาพจิตใจคนในครอบครัว “น้องไอดิน” และจะนำหลักฐานของน้องไอดินจาก รพ.ขอนแก่น เพื่อไปแจ้งเกิดที่ อ.แวงใหญ่อีกด้วย

