ความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง เข้าจับกุม น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ “ซินแสโชกุน” กรรมการบริหาร บริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน หลังจากร่วมกับพวกอีก 9 คน เป็นญาติของซินแสโชกุน และถูกควบคุมตัวไว้แล้ว หลอกลวงผู้เสียหายกว่า 1,000 คน อ้างว่าได้จัดทริปเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบิน นัดหมายกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ภายหลังกลับลอยแพโดยไม่มีการเดินทางแต่อย่างใด สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั้งอาคารผู้โดยสาร ผู้เสียหายทั้งหมดต่างเป็นสมาชิกของบริษัทดังกล่าว มีแผนการตลาดโฆษณารับสมัครสมาชิกด้วยเงินลงทุนหัวละ9,730บาท แล้วชักจูงใจด้วยการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นฟรี ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายนนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวซินแสโชกุน ได้ที่ จ.ระนอง นำตัวมาสอบสวนที่ บก.ป.ก่อนจะขออำนาจศาลอาญา ผัดฟ้องฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ซินแสโชกุนถูกส่งตัวไปยังควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เฮเลน น.ส.ชุติมณฑ์ ศรีเทพ นักแสดงอิสระ ที่ถูกนำภาพไปปรากฏบนใบโฆษณาทริปไปเที่ยวโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ของบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด เข้าพบพนักงานสอบสวนบก.ป. เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกง หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดกับซินแสโชกุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังให้ข้อมูลว่า มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชาวฮ่องกง รายหนึ่งที่เป็นหัวหน้าซินแสโชกุน ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ ในกทม. สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ซินแสโชกุนเคยให้ข้อมูลกับตำรวจและสื่อมวลชนว่ามีนายทุนเป็นชาวฮ่องกง คอยจัดการเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน และจัดที่พักให้ในทุกๆทริปที่ต้องเดินทางไป
ทั้งนี้ น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวภายหลังให้การว่า ตนและซินแสโชกุนรู้จักกันผ่านเพื่อน เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครั้งแรกที่เจอกันซินแสโชกุนอาสาดูดวงให้ตน โดยใช้ไพ่ที่ทำขึ้นมาเอง เมื่อตนสังเกตพบว่าภาษาอังกฤษที่ปรากฏในสำรับไพ่ถูกหลักไวยกรณ์มาก จึงถามว่าใครเป็นคนสอนภาษาอังกฤษ ซินแสโชกุนระบุว่าตนมีบริษัทชื่ออลิเซียน เป็นบริษัทจำหน่ายอาหารเสริม และมีนายทุนอยู่ที่ฮ่องกง พร้อมชักชวนให้ร่วมโครงการขายอาหารเสริมดังกล่าว มีโปรโมชั่นหากซื้อผลิตภัณฑ์ จะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยจ่ายเงินเพียง 13,130 บาท และจะให้เหมาลำเครื่องบินเฉพาะส่วนของตนไป 150 ที่นั่ง เห็นว่าดูเป็นบริษัทใหญ่ เพราะมีนายทุนอยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน และทำโปสเตอร์โปรโมทเองทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า“หลบเมืองร้อนไปทริปสุขภาพดี ที่..โอซาก้า” โปสเตอร์ดังกล่าวนั้นจะถูกส่งแค่เฉพาะกลุ่มแอพลิเคชั่นไลน์ของเพื่อนตนเท่านั้น จากนั้นเพื่อนๆตนที่เป็นทั้งเซเลป และบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนสนใจและโอนเงินให้ตนจนครบทุกคน เนื่องจากเห็นว่าราคาถูก ขณะเดียวกันนางประนอม (สงวนนามสกุล) อ้างว่าเป็นเลขาของซินแสโชกุนได้พยายามโทรศัพท์ทวงเงินจากตน ตนก็ยืนยันว่าได้เงินจากเพื่อนๆมาครบแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ จึงโอนให้ไปเพียง 11 ราย
น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นคนในสมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทรศัพท์มาสอบถาม พร้อมให้ข้อมูลว่าการจัดทริปที่มีคนจำนวนมากขนาดนี้จะต้องมีบริษัททัวร์รองรับ จากการตรวจสอบไม่พบบริษัททัวร์ใดทราบเรื่องดังกล่าว ประกอบกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ติดต่อมายังตนพร้อมระบุว่าในวันที่ 11-16 เมษายน เป็นช่วงที่ซินแสโชกุนจัดทริปนั้น ไม่มีการจองไฟลท์บินแต่อย่างใด ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกเอะใจ เนื่องจากใกล้วันเดินทาง แต่ฝ่ายซินแสโชกุนไม่เคยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางมาเลย กระทั่งวันที่ 18 มีนาคม ไปร่วมกิจกรรมล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ เป็นการพบปะของกลุ่มนายทุน ทำให้ได้พบกับซินแสโชกุนและนางประนอม อีกครั้ง ตนพยายามทวงถามรายละเอียดไฟลท์บิน ที่นั่ง และสถานที่ เกี่ยวกับทริปที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ซินแสโชกุนพยายามบ่ายเบี่ยง ตอบเพียงว่าทริปนี้เกิดขึ้นแน่นอน ไม่เบี้ยว แต่ไม่ยอมให้รายละเอียด อ้างว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการ ก่อนจะเดินหนีไป จากนั้นหญิงสาวชาวฮ่องกง จึงพยายามสอบถามว่าเป็นนายทุนหรือไม่ และขอรายละเอียดเกี่ยวกับทริปดังกล่าว แต่หญิงคนดังกล่าวกลับไม่ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หรือเบอร์โทรศัพท์ ก่อนที่ซินแสโชกุนจะให้ชาย2คน ลักษณะเป็นบอร์ดี้การ์ดมานำตัวหญิงชาวฮ่องกงไปทันที ตอนนี้ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกว่ากลุ่มซินแสโชกุนมีพิรุธ จึงตะโกนขู่ไปว่า “ฉันน่ะของจริงนะ” หลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ นางประนอม เลขาซินแสโชกุนได้โอนเงินค่าเดินทางเพื่อนของตนทั้ง 11 คนคืนมาให้ตนทั้งหมด และตนได้ไปบอกกับเพื่อนๆว่าทริปดังกล่าวเกิดปัญหา ก่อนจะโอนเงินคืนเพื่อนๆที่เหลือทุกคน
“การมาในวันนี้เป็นการให้ข้อมูลกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำความผิด เป็นการให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้เสียหาย เนื่องจากตนและเพื่อนๆโชคดี ที่ไหวตัวทัน และได้รับเงินคืนครบทุกบาท” น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าว
ขณะที่ นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของซินแสโชกุน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมซินแสโชกุน ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเตรียมเข้าเยี่ยมในช่วงเช้าวันที่ 18 เมษายนนี้ เป็นวันเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก เพื่อพูดคุยถึงความชัดเจนและแนวทางในการต่อสู้คดี รวมถึงการจัดเตรียมหลักทรัพย์ที่จะใช้ในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากหลักทรัพย์ที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ มณฑลทหารบก ที่ 11 (มทบ.11) เป็นญาติและบุคคลใกล้ชิดของซินแสโชกุน นั้น มีกลุ่มญาติบางส่วนพยายามติดต่อขอเข้าเยี่ยม แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอยู่ในการควบคุมตามคำสั่ง คสช.

