12 กองร้อยดูแลชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯเข้ม ตั้งโฆษกไทย-อังกฤษ ทีมภาษาเขมรสกัดเฟคนิวส์ ติดกล้องAIหมายจับ

1.08.25 | 13:11 น.

นครบาลเตรียม12กองร้อยดูแลชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯพรุ่งนี้ เข้มมือที่3 ดึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง-สอบสวนกลางร่วม ตั้งโฆษกแถลงไทย-อังกฤษ ผุดทีมตำรวจภาษาเขมรโต้ข่าวทันควัน สกัดเฟคนิวส์ ติดกล้องAIผู้มีหมายจับ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงการชุมนุมกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) และกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยรวมตัวแสดงพลังในวันที่ 2 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแสดงจุดยืนประณามรัฐบาลกัมพูชา ที่เปิดฉากโจมตีเป้าหมายพลเรือนและสถานพยาบาลว่า แกนนำ แจ้งชุมนุมตั้งแต่12.00 น.-21.00 น. ว่า ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.) หน่วยอีโอดี ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย และประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบบุคคลต่างด้าว และตำรวจสอบสวนกลางที่มีฐานข้อมูลบุคคลเฝ้าระวังและมีหมายจับ รวมทั้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร โดยใช้กำลังตำรวจ12กองร้อย พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.สส.บช.น. กก.สส.บก.1-9 สุนัขตำรวจ K-9 ลงพื้นที่และจุดสูงข่ม ทั้งนี้ก่อนเข้าพื้นที่ชุมนุมต้องผ่านจุดตรวจ ซึ่งติดตั้งเครื่องตรวจโลหะโดยรอบ และได้เพิ่มช่องจราจรพิเศษ เพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งได้ด้วย ทั้งนี้ไม่ได้มีความกังวล ได้จัดรูปแบบดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นป้องกันมือที่ 3 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้มีชุดเคลื่อนที่เร็วโดยรอบด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า จำนวนผู้ชุมนุมจะไม่มากเท่าวันที่ 28 มิถุนายน เนื่องจากแกนนำกลุ่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตามถึงจำนวนคนจะไม่เท่าครั้งก่อน แต่บช.น.ได้วางกำลังดูแลอย่างรอบคอบหนาแน่น โดยเอาข้อบกพร่อง ช่องโหว่ของการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยครั้งที่แล้วมาปรับแก้ไข ที่สำคัญครั้งนี้ได้ป้องกันภัยคุกคามมือที่ 3 เกรงว่าอาจจะมีชาวกัมพูชาแฝงตัวเข้ามา โดยวางจุดคัดกรองตรวจค้น ,จุดตรวจค้นอาวุธก่อนเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า(ศปก.ส่วนหน้า)ที่สำนักงานเขตราชเทวี ทั้งนี้ได้ใช้กำลังตำรวจทั้งหมด 2,400 กว่านายปฏิบัติงานดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบแบ่งเป็น2 ผลัด ที่สำคัญมีชุดสืบสวน เพื่อป้องกันนักล้วงกระเป๋าที่แฝงตัวมากับผู้ร่วมชุมนุม เพราะจากการชุมนุมที่แล้วมีกรณีโจรล้วงกระเป๋าประชาชนด้วย

“การข่าวยังไม่มีความน่ากังวล ได้เตรียมรับมือภัยคุกคาม เพราะถึงแม้กลุ่มนายสนธิไม่มาร่วม จำนวนคนจะไม่มากแต่ต้องระวังเรื่องการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ จนบานปลายกลายเป็นชนวนความขัดแย้งลุกลามเติมสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ดังนั้นจะมีการตรวจอย่างเข้มข้น ห้ามนำสัญญลักษณ์ประเทศเพื่อนบ้านคู่กรณี เช่นธงชาติ ใบหน้า หรือหุ่นบรรดาผู้นำ เข้าพื้นที่เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดสร้างความเสียหายให้กับประเทศได้ นอกจากนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ยังสั่งการให้ตั้งโฆษกในเหตุการณ์เตรียมชี้แจงทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมทั้งเตรียมนายตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญภาษาเขมร เพื่อตอบโต้ทันทีกรณีที่มีการสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบ แล้วนำเสนอข่าวเฟกนิวส์ทางโซเชี่ยลทำให้ประเทศไทยเสียหาย นอกจากนี้ติดตั้งกล้องสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนผู้ที่มีหมายจับได้ โดยการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหมายจับแบบเรียลไทม์กับตำรวจสอบสวนกลาง ถ้าพบบุคคลที่ตรงกับข้อมูลในหมายจับ ระบบจะแจ้งเตือนตำรวจให้เข้าตรวจสอบและจับกุมทันที”แหล่งข่าวระบุ