หน้าแรก ในประเทศ ครูหนุ่ม หอบค...

ครูหนุ่ม หอบคลิปหลักฐาน หลังจับได้ รองผอ. มีสัมพันธ์ชู้สาวกับเมียตัวเองในวิทยาลัยอาชีวะดัง

1.08.25 | 14:33 น.

ครูหนุ่ม หอบคลิปหลักฐาน หลังจับได้ รองผอ. มีสัมพันธ์ชู้สาวกับเมียตัวเองในวิทยาลัยอาชีวะดัง ร้องผู้บังคับบัญชาเจอตอบ ‘ไม่อยากยุ่ง’


เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ โพสต์ข้อความระบุว่า

“ครูร้องมูลนิธิฯ หลังจับได้รอง ผอ. โรงเรียนอาชีวะมีสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยาตนในที่ทำงานกลางวันแสก ๆ”

สะเทือนศรัทธาวิชาชีพครู วินัยร้ายแรง เรียกร้องไล่ออก

Advertisement

มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการครูวัย 52 ปี ตำแหน่งระดับ 8 โรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเปิดเผยว่า ได้แอบติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ทำงานของภรรยา (ซึ่งมีสถานะเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย) เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยที่สั่งสมมานานกว่า 3 ปี และสุดท้ายก็พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่าง ภรรยาและรองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในสถานศึกษาเดียวกัน

ในคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ ปรากฏภาพ รองผู้อำนวยการและภรรยา มีพฤติกรรมแตะเนื้อต้องตัว ลักษณะเชิงชู้สาว ภายในบริเวณร้านสหการ (ร้านค้าสหกรณ์) ของโรงเรียน ขณะนักเรียนกำลังเข้าแถวอยู่ไม่ไกล เรียกได้ว่าเป็นการแสดงพฤติกรรมอย่างไม่เหมาะสมกลางสถานศึกษา ในเวลาราชการ โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของวิชาชีพหรือสายตานักเรียน

ข้าราชการครูผู้ร้องจึงได้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่อยากยุ่ง” และไม่ดำเนินการใดๆ แม้จะมีคลิปหลักฐานชัดเจน ทำให้ผู้ร้องต้องเข้าร้องเรียนกับมูลนิธิฯ เพื่อขอความเป็นธรรม

 

 ข้อเรียกร้องหลักจากผู้ร้องเรียน

  1. ให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อรองผู้อำนวยการฯ
  2. ให้มีคำสั่งไล่ออก รองผู้อำนวยการฯ ผู้ประพฤติชู้สาวในสถานศึกษา อันเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง เสื่อมเสียเกียรติคุณข้าราชการครู

 

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547

  • มาตรา 94 วรรคสอง (6) “ห้ามข้าราชการครูกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชู้สาว หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม”
  • มาตรา 95 “ผู้ใดฝ่าฝืน ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก”

▪️ ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยวินัยและการรักษาวินัย พ.ศ.2556

  • ข้อ 8 (1) (ค) “การประพฤติชู้สาวในที่ทำงาน หรือในสถานศึกษา ถือเป็นการประพฤติผิดวินัยร้ายแรง”
  • ข้อ 9 (1) “การประพฤติอันไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ ถือเป็นความผิดวินัย”

พฤติกรรมในลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่กระทบศักดิ์ศรีของวิชาชีพครู แต่ยังส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการศึกษา โดยเฉพาะเมื่อผู้บังคับบัญชาเพิกเฉย ไม่ยอมดำเนินการตามหน้าที่ ซึ่งอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

มูลนิธิฯ จึงขอเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ เร่งรัดการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และดำเนินการโดยเคร่งครัด เพื่อฟื้นฟูศรัทธาต่อระบบการศึกษาไทย