(28 ก.พ.59) นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรากุล นายอำเภอตรอน และคณะผู้บริหารท้องถิ่น อบต.น้ำอ่าง ลงพื้นที่ตรตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรสวนแตงโม ริมถนนสายน้ำอ่าง-บ้านแก่ง หมู่ 8 บ้านไร่น้อย ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน ของ นายพิเชษฐ เคน้ำอ่าง ที่ยอมพลิกผันตัวเองจากการงดปลูกข้าวทำนาปลัง เนื่องจากสภาวะฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล้ง ตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมา ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรด้วยการหันมาปลูกแตงโมพันธุ์กินรีและพันธุ์ตอปิโด เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ เพราะมีสีแดงและรสชาดหวานกรอบอร่อย บนพื้นที่นาของตัวเอง จำนวน 20 ไร่ โดยใช้วิธีหยดน้ำและใช้พลาสติกคลุมเพื่อกันการระเหยของน้ำ ใช้เวลาในการปลูกเพียง 65-75 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันทีและเก็บเกี่ยว 2 ครั้ง มีพ่อค้าจากตลาดไท จังหวัดพิษณุโลก มารับซื้อเพื่อส่งต่อไปที่ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง กรุงเทพและจังหวัดอื่นทั่วประเทศที่มีความต้องการ เนื่องจากแตงโมเป็นผลไม้ที่ประชาชนคนไทยทั่วไปชอบบริโภครับประทานกัน เป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแทนการปลูกข้าวนาปลัง

นายพิเชษฐ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลน้ำอ่างขาดแคลนน้ำในการทำนาปลูกข้าว ชาวนาหลายคนต่างหาวิธีปรับตัวเองในการปลูกพืชเพื่อนำรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว เพราะทำนาเสี่ยงต่อการขาดทุนแถมไม่มีเงินใช้หนี้กับแหล่งเงินที่กู้ยืมมา โชคดีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกษตรมาให้คำแนะนำในการปลูกแตงโมแทนการปลูกข้าว สองจิตสองใจอยู่ว่าจะ
ทำดีหรือไม่เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปลูกแตงโมเลย เมื่อได้ความรู้มาก็ลองเสี่ยงทำดีกว่าไม่ทำไรเลย และได้ผลออกมาเกินคาดอย่างที่เห็น
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ลงทุนปลูกแตงโม ประมาณ 10,500 บาท/ไร่ ได้ผลผลิต 5,000-6,000 ตัน/ไร่ มีรายได้ 27,500 บาท หักจ่าใช้จ่ายมีเงินเหลือ 17,000 บาทต่อไร่ ช่วงระยะเวลาเพียงแค่ไม่เกิน 75 วัน หรือ 2 เดือนเศษก็มีรายได้แล้ว เป็นการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่หมู่บ้านมีรายได้จากการเก็บเกี่ยวแบกหามด้วยโดยใช้แรงงานแบกหามจำนวน 25 คน/การเก็บเกี่ยว ค่าแรงในการหาบจ่ายตามน้ำหนักผลแตงโม 60 สตางค์ต่อลูก คนหาบมีรายได้สูงสุด 600 บาท ต่ำสุด 400 บาท

ด้านนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปลัง 57/58 จำนวน 179,000 ไร่ ในปี 58/59 ชาวนาประสบปัญหาภัยแล้งฝนทิ้งช่วง บวกกับปริมาณน้ำในเขื่อนมีไม่เพียงพอ รัฐบาลขอความร่วมมือลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปลังเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ ให้หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน จึงเหลือพื้นที่ปลูกข้าวนาปลังเพียงแค่กว่า 35,000 ไร่ เท่านั้น
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า เกษตรกรหันมาปลูกแตงโมพันธุ์กินรีและพันธุ์ตอปิโดแล้ว จำนวน 20 รายในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอตรอนและอำเภอบ้านโคก คาดได้ผลผลิตออกสู่ตลาดกว่า 610 ตัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้แทนการปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงครอบครัวและใช้หนี้กับแหล่งทุนที่หยิบยืมมา ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์หาช่องทางชี้แนะให้เกษตรกรหันมาปลูกแตงโมเพื่อขยายพื้นที่ปลูกให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของพื้นที่แต่ละแห่ง รวมทั้งพืชใช้น้ำน้อยประเภทอื่นด้วย

