หน้าแรก ในประเทศ พระราชทานเพลิ...

พระราชทานเพลิงศพ 7 เหยื่อระเบิดกัมพูชา จากเหตุปะทะชายแดนไทย-เขมร บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

3.08.25 | 19:44 น.

พระราชทานเพลิงศพ 7 เหยื่อระเบิดกัมพูชา จากเหตุปะทะชายแดนไทย-เขมร บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 สิงหาคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลออกเมรุ พร้อมพระราชทานเพลิงศพแก่พลเรือนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ในการนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยมีนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีด้วยความอาลัยอย่างยิ่ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ และเปี่ยมไปด้วยน้ำใจของคนไทยที่ร่วมกันแสดงออกถึงความเสียใจ และความห่วงใยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย

Advertisement

ผู้ได้รับพระราชทานเพลิงศพจำนวนทั้งสิ้น 7 ราย ได้แก่ นางสาวรุ่งรัศ ประชัน เด็กหญิงทักษพร ประชัน เด็กชายพงศภัค ประชัน เด็กชายกิตติศักดิ์ คำวัง นางสาวอรุณรัตน์ วันศรี นางสาวสาวิตรี อ่อนทรวง และนายสมศรี ลาภบุญ การพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็นสิ่งยืนยันถึงสายพระเนตรอันยาวไกลขององค์พระประมุข ที่ทรงห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

หลังจากประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพแล้ว จะเคลื่อนศพไปฌาปนกิจ ณ เมรุวัดต่างๆ ประกอบด้วย วัดมหาพุทธาราม วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดหลวงสุมังคราราม และวัดเพียรนาม โดยมีส่วนราชการต่างๆ ได้ร่วมฌาปนกิจ ณ วัดต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. วัดมหาพุทธาราม ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการร่วมฌาปนกิจ โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธี

2. วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ขอความร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีท่านธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธี

3. วัดหลวงสุมังคราราม ขอความร่วมมือกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน โดยมีนางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธี

4. วัดเพียนาม ตำบลหนองไผ่ ขอความร่วมมือที่ทำการปกครองจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ (โดยประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมด้วย) โดยมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษร่วมพิธี

โดยหลังจากที่ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วางดอกไม้จันทน์เสร็จ ได้เดินเข้ามาคุยกับครอบครัวผู้สูญเสีย และกอดปลอบใจญาติผู้สูญเสีย พร้อมกับได้แลกเบอร์กันไว้เพื่อได้ติดต่อช่วยเหลือ โดยก่อนจะนำร่างไปฌาปนกิจ ได้มีการทำพิธีขอขมาผู้วายชนม์ ทั้งนี้ บรรยากาศในแต่ละวัดที่นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายไปฌาปนกิจ ช่วงนำโลงศพขึ้นเมรุและขึ้นเตาเผาศพ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆ ผู้มาร่วมงานต่างร้องไห้กอดรูปถ่ายกันระงม

ผู้สื่อข่าวได้คุยกับนายเอกรัฐน์ วันศรี อายุ 39 ปี เป็นลูกชายคนโตของนางอรุณรัตน์ วันศรี ที่เสียชีวิตที่สวนยางหลังปั๊มน้ำมันที่ระเบิดตกลงใส่ ได้เล่าให้ฟังว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่ต้องเสียคุณแม่ไป วันที่เกิดเหตุตนได้คุยกับแม่ว่า วันที่ 5 หมอนัดแม่ตรวจหัวเข่า ตนจะลางานเพื่อพาแม่ไปพบหมอที่โรงพยาบาล พอพูดเสร็จแม่ก็ปั่นจักรยานไปหยอดน้ำกรดที่สวนยางตรงจุดเกิดเหตุ แม่ไปไม่ถึงชั่วโมง ระเบิดจากกัมพูชาก็มาลงจนทำให้แม่ตนเสียชีวิตคาที่ ตนอยากสะท้อนหรือถามทหารกัมพูชาว่าทำไมถึงต้องมายิงระเบิดใส่แม่ตน ใส่ประชาชน จนทำให้ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยต้องมาเสียชีวิต

สุดท้ายนี้ ตนอยากบอกแม่ว่า ตนรักและเป็นห่วงแม่เสมอ เพราะที่ผ่านมา ร่างกายแม่ก็ไม่ค่อยแข็งแรง ขอให้แม่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกหลานอยู่ทางบ้าน จะดูแลกันเอง ตนจะเข้มแข็งและสู้ชีวิตต่อไป หลังจากที่ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพเสร็จ ครอบครัวก็จะปรึกษากันกับญาติก่อนว่าจะเอาอัฐิแม่ไปทำพิธีตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาแบบไหน แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ความปลอดภัยด้วย เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงอพยพ ไม่สามารถเข้าไปที่บ้านได้