ผกก.เมืองประจวบฯ ยืนยันไม่มีจับสายลับเขมรบังคับโดรน ข่าวลือไร้มูล สร้างความสับสนในพื้นที่
กรณีหลายสำนักข่าวรายงานตรงกันว่าสารวัตรทหารสามารถควบคุมตัวชายชาวกัมพูชาที่ลักลอบบังคับโดรนบินเหนือกองบิน 5 พร้อมระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมคล้ายสายลับนั้น
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม หน่วยงานด้านความมั่นคงออกมายืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าชายรายดังกล่าวชื่อนายเร เป็นชาวกัมพูชาจริง แต่ทำงานเป็นลูกเรือประมงที่เข้าเทียบท่าบริเวณสะพานปลาอ่าวน้อย ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 2 สิงหาคมเจ้าหน้าที่พบว่าชายคนนี้เดินเข้ามาภายในเขตพื้นที่กองบิน 5 จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน

จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่านายเรมีอาการพูดจาวกวน ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ ลักษณะคล้ายคนสติไม่ดี ไม่มีอาวุธ และไม่มีโดรน รวมถึงไม่มีพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงการเป็นสายลับ
ต่อมา มีหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายแห่ง ได้แก่ สันติบาล, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก และสำนักงานแรงงานเข้าตรวจสอบร่วมกัน ก่อนส่งตัวนายเรให้อยู่ในความดูแลของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่า ภาพโดรนที่เผยแพร่ในข่าวออนไลน์ไม่เกี่ยวข้องกับชายชาวกัมพูชารายนี้ คาดว่าเป็นภาพจากกรณีอื่น และอาจถูกนำมาใช้ประกอบข่าวโดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มา ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่ากองทัพอากาศจะเป็นผู้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กองบิน 5 ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นการชั่วคราว ดังนี้
1.งดการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ยุทธการ ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก พิพิธภัณฑ์และอุทยานประวัติศาสตร์
2.เข้มงวดการเข้าและออกพื้นที่กองบิน 5
3. ห้ามทำการบินอากาศยานไร้คนขับในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบเขตสนามบินโดยเด็ดขาด แจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิด ติดต่อกองร้อยสารวัตรทหารกองบิน 5 โทร 032-611017 ต่อ 60191
พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่มีการระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชาวกัมพูชาพร้อมโดรนที่บินเหนือกองบิน 5 ได้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม เจ้าหน้าที่กองบิน 5 ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบโดรนบินเหนือพื้นที่ จึงออกตรวจสอบทันที แต่ไม่พบโดรนหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พบเพียงชายชาวกัมพูชาคนหนึ่งเดินเข้ามาในพื้นที่เขตกองบินในช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้สอบสวน ก่อนจะส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ทางราชการ

“จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีของกลางเป็นโดรน หรือกล่อง GPS ตามที่บางสื่อรายงาน และไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าชายคนนี้มีพฤติกรรมก่อกวน หรือเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารแต่อย่างใด” พ.ต.อ.ไพทูลกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนนำเสนอข่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม
“ภาพโดรนที่เผยแพร่ในข่าวออนไลน์ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ และอาจเป็นภาพจากเหตุการณ์อื่นที่ถูกนำมาประกอบกันโดยไม่มีการตรวจสอบ” ผกก.สภ.เมืองประจวบฯกล่าว

