พสกนิกรเผยสิ่งพระราชทานจาก ‘ในหลวง ร.9’ ที่ประทับใจและจดจำไปตลอดชีวิต

16.04.17 | 15:07 น.
นางสาวชญาวัณท์ นาคเขียว (ที่ 3 จากซ้าย)

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 145 ประชาชนจากทั่วประเทศใช้โอกาสวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์แต่งกายชุดสีดำสุภาพ มาต่อแถวพร้อมครอบครัวเพื่อรอกราบถวายสักการะไม่ขาดสาย โดยสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.

นายปรีชา มีวุฒิสม อายุ 72 ปี อดีตผอ.โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล ชาว อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา มาพร้อมครอบครัว ซึ่งได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก กล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มว่า เป็นความรักและตั้งใจของครอบครัวที่ใช้โอกาสวัดหยุดยาวมากราบพระบรมศพ ทั้งนี้ ครอบครัวตนเป็นวงดนตรีไทยปี่พาทย์ ครูไพฑูรย์ จรรย์นาฏ มีชื่อเสียงในจ.อยุธยา มีโอกาสได้ถวายงานเล่นดนตรีไทยเบื้องหน้าพระพักตร์ในหลวง ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์หลายโอกาส เรายังประทับใจและภูมิใจที่มีโอกาสเล่นดนตรีต่อหน้าผู้นำจากต่างประเทศที่มาเยือนไทย ส่วนตัวในเวลาก่อนนอนจะกราบและนึกถึงพระองค์ทุกคืน ปฏิบัติตัวเป็นคนดี สอนให้ลูกหลานมีความรักและสามัคคี แบ่งปัน และใช้ชีวิตพอเพียง

ขณะที่ นางสาวชญาวัณท์ นาคเขียว อายุ 38 ปี บรรณารักษ์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชาวอ.บางใหญ่ จ.นนทบรี มาพร้อมครอบครัว ซึ่งได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรกเช่นกัน กล่าวว่า หากพูดถึงความประทับใจที่มีต่อในหลวงร.9 คงมีมากมายพูดยังไงก็ไม่หมด แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดในชีวิตของตนคือ การได้รับพระราชทานชื่อจากพระองค์ ที่คำว่า ชญาวัณท์ หมายถึง ผู้มีความรู้ควรแก่การยกย่อง ที่พระองค์จะพระราชทานชื่อบุตรคนแรกให้ข้าราชบริพารที่ถวายงาน ซึ่งคุณพ่อของตนเคยเป็นผู้รักษาราชอุทยานสวนจิตรลดา ทั้งนี้ ตอนแรกก็ไม่รู้ จนพอโตมาคุณพ่อเล่าให้ฟังจึงรู้สึกประทับใจและจะภูมิใจไปตลอดชีวิต ส่วนตัวพยายามปฏิบัติตนเป็นคนดี ใช้ชีวิตพอเพียง ใล้ชีวิตระมัดระวังไม่ให้ทำอะไรเสื่อมเสียชื่อพระราชทาน

นายโยชิอิสะ ฮานาดะ หัวหน้าสำนักข่าวจีจีเพรส ประจำประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพร่วมสื่อมวลชนญี่ปุ่นประจำเทศไทย กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพว่า รู้เป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งได้นำเสนอข่าวพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งเสมอมา การสวรรคตของพระองค์เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก สื่อจากประเทศญี่ปุ่นพร้อมที่จะนำเสนอข่าวไปจนถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ

“ประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาอย่างยาวนาน เมื่อพระองค์สวรรคตในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คนญี่ปุ่นให้ความสนใจกับข่าวนี้มาก และคิดว่าจะให้ความสนใจอย่างมากอีกครั้งเมื่อถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย ผมได้เห็นพระองค์ผ่านสื่อต่างๆ ประทับใจที่พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนาที่ดี ทำเพื่อประชาชนของพระองค์” นายโยชิอิสะกล่าว

Advertisement

สำนักพระราชวังแจ้งสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ เมื่อวันที่ 15 เมษายน หลังปิดการขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.27 น. จากปิดปกติเวลา 21.00 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 37,046 คน รวม 164 วัน มี 6,181,033 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 7,226,964.50 บาท รวม 164 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 502,668,371.26 บาท

 

นายโยชิอิสะ ฮานาดะ หัวหน้าสำนักข่าวจีจีเพรส ประจำประเทศไทย
นายปรีชา มีวุฒิสม (ขวาสุด)