แพทยสภาจ่อสอบจริยธรรม ‘หมอตุ๋นหมอ’ เข้าข่ายผิดข้อบังคับแพทย์

นพ.พินิจ หิรัญโชติ อนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม แพทยสภา

จากกรณีเรืออากาศโทหญิง แพทย์หญิง นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน จากหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร สจ๊วต อาจารย์มหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกว่าที่นาวาตรีแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง หลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัททัวร์ มีผู้เสียหายกว่า 38 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นพ.พินิจ หิรัญโชติ อนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม แพทยสภากล่าวว่า กรณีนี้แตกต่างจากความผิดด้านมาตรฐานวิชาชีพ เพราะไม่ได้เกี่ยวเนื่องจากการรักษา แต่เป็นเรื่องของคดีความ ซึ่งต้องรอคำพิพากษาจากศาลก่อน และนำมาพิจารณาว่ามีความผิดตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 หรือไม่ โดยพิจารณาข้อบังคับในหมวด 2 หลักทั่วไป ซึ่งข้อ 5 ระบุชัดเจนว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมดำรงตนให้สมควรในสังคมโดยธรรมและเคารพต่อกฎหมายของบ้านเมือง ดังนั้น หากคำพิพากษาออกมาก็จะนำมาพิจารณาข้อนี้ได้ โดยกรณีนี้ใช้เวลาไม่นานไม่เกิน 1 ปีนับจากคำพิพากษาออกมา

นพ.พินิจกล่าวอีกว่า ในการพิจารณาโทษกรณีหากมีความผิดจริง จะมีโทษด้านจริยธรรม ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 2 ปี และเพิกถอนใบอนุญาต คือ ไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้อีก อย่างไรก็ตาม กรณีเรื่องของการฉ้อโกงนั้น หากประชาชนท่านใดต้องการฟ้องแพทย์ที่เข้าข่ายฉ้อโกง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไปแจ้งความก่อน และจึงมาร้องแพทยสภา เนื่องจากแพทยสภาจะพิจารณาเฉพาะเรื่องจริยธรรมเป็นหลัก แต่คดีความจะต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กรณีของการฉ้อโกง เบื้องต้นแพทยสภาได้หารือกันแล้ว โดยอย่างไรเสียก็ต้องมีการพิจารณา แต่ต้องรอคำพิพากษาความผิดให้ชัดเจนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรหากมีการใช้วิชาชีพเพื่อสร้างรายได้ที่อาจไม่ถูกต้องให้กับตนเอง โดยอาศัยความน่าเชื่อถือ นพ.พินิจกล่าวว่า แพทย์ก็คนธรรมดาที่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่หากนำวิชาชีพไปใช้หลอกลวงคนอื่นก็ถือว่ามีโทษ และน่าจะมีโทษมากกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ ขณะที่ประชาชนก็ต้องพิจารณา ตั้งสติให้ดี อย่าหลงเชื่อเพราะเข้าใจว่าเป็นแพทย์ เพราะจริงๆ แล้วไม่ควรเชื่อใจใครโดยไม่กลั่นกรอง ต้องระลึกว่าไม่มีของถูกและดี อย่างทัวร์ลูกโซ่ เป็นต้น เงินแม้จะเล็กน้อยก็เงินเรา แต่ถ้าเอาออกไปก็กลายเป็นเงินคนอื่นแล้ว ดังนั้น ใครชวนทำอะไรต้องมีสติ และพิจารณาให้ดีๆ

เมื่อถามต่อว่าจะทราบได้อย่างไรว่า หลายครั้งก็ไม่ใช่แพทย์ แต่อ้างแพทย์เพื่อให้คนเชื่อใจและหลงเชื่อต่างๆ นพ.พินิจกล่าวว่า ตรวจสอบได้ที่แพทยสภา มีทะเบียนแพทย์ทุกคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายกฯสั่งสอบหมุดคณะราษฎรหาย วอน ยุติโต้เถียง ลั่นทุกอย่างอยู่ที่ใจ ไทยเป็นปชต.80ปีแล้ว (คลิป)
บทความถัดไปฎีกาลดโทษ’กำนันเซี้ย’ คุก2ปี8เดือน รุกที่ดินราชพัสดุกว่า1พันไร่ เชื่อรู้อยู่แล้วว่าเป็นที่ดินหวงห้าม