วันที่ 18 เมษายน นายอาคม เสนาคง และนาง จุไรรัตน์ บัวสนิท สามีและพี่สาวของนางศุภนุช บัวสนิท จำเลยในคดีมอมยาลักทรัพย์ นำภาพจากล้องวงจรปิด พร้อมด้วยหลักฐาน เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าวหลายสำนักเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ กรณีนางศุภนุช บัวสนิท ตกเป็นแพะในคดีที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำ ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดตรัง หลังศาลอุธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจังหวัดตรัง จำคุกนางศุภนุชเป็นเวลา 5 ปี
สำหรับคดีนี้ นายคมสัน ฝันนิมิตร ชาวตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2558 ระบุว่า นางศุภนุช จำเลยที่ 1 พร้อมด้วย นางจุไรรัตน์ จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันกระทำความผิด โดยการมอมยาในสุราให้ดื่มก่อนจะลงมือลักทรัพย์ เป็นสร้อยคอทอง 2 เส้น และสร้อยข้อมมือทอง 1 เส้น มูลค่ารวมกันราว 1 แสนบาท เหตุเกิดภายในโรงแรมสบายรีสอรฺท ตำบลทับเที่ยง จังหวัดตรัง
นางจุไรรัตน์ระบุว่า ตนและน้องสาวถูกกล่าวหาทั้งที่ไม่ได้มีความผิด โดยในวันเกิดเหตุตนและน้องสาวอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยตนนั้นมีอาชีพเป็นหมอนวดอยู่ที่ป่าตอง จึงมีหลักฐานการเข้าออกทำงาน ไปแสดงต่อศาล ศาลจึงยกฟ้อง อย่างไรก็ตาม นางศุภนุช ซึ่งเป็นน้องสาวนั้นมีอาชีพขายข้าวแกง จึงไม่มีพยานวัตถุอื่นๆ ไปแสดงได้ นอกจากพยานบุคคล ซึ่งก็คือสามี ลูก และผู้ประกอบการให้เช่าแผงข้าวแกง ที่ยืนยันว่าวันในเกิดเหตุ นางศุภนุชอาศัยอยู่ที่ป่าตอง ไม่ได้เดินทางไปก่อเหตุทีจังหวัดตรังตามที่มีการกล่าวหา

ด้านนายอาคมกล่าวว่า ขอวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยตรวจสอบคดีนี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ผู้เสียหายเป็นผู้นำมาให้กับตำรวจ พร้อมระบุว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพ คือนางศุภนุชภรรยาของตนที่ถูกบันทึกไว้ได้ภายใน ร้านอาหารบ้านฉาน จังหวัดตรัง ซึ่งนายอาคม ยืนยันว่าบุคคลในภาพดังดล่าวไม่ใช่ภรรยาของตนเองอย่างแน่นอน
นายอาคมกล่าวอีกว่า ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจที่มีพิรุธในหลายจุด ทั้งในส่วนของการที่ตำรวจไม่มีการส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจหาสารตกค้างในร่างกาย หลังผู้เสียหายอ้างว่าภรรยาของตน ใช้ยานอนหลับใส่ลงไปในสุราให้ดื่ม นอกจากนั้นแล้ว ตำรวจยังไม่ได้มีการตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่หายไป ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าเป็นสร้อยคอทองคำ 2 เส้น สร้อยข้อมือ 1 เส้นมีอยู่จริงหรือไม่อย่างไร
ล่าสุด ยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า คดีนี้มีความคล้ายคลึงกันมากกับคดีของพนักงานสปาในพื้นที่ ต.กะรน จ.ภูเก็ต ที่ออกมาร้องว่าตกเป็นแพะในคดีมอมยาชิงทรัพย์ โดยเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดตรังเช่นเดียวกัน ล่าสุด ทางยุติธรรมจังหวัดได้ประสานเรื่องดังกล่าวไปยัง พ.ต.อ.ดุษฏี อารยุวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม แล้วหลังพบว่าคดีนี้มีพิรุธและความน่าสงสัยในหลายจุด พร้อมยืนยัน กระทรวงยุติธรรมเตรียมจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

