หน้าแรก ในประเทศ ผู้ว่าฯอยุธยา...

ผู้ว่าฯอยุธยารับ รู้เบาะแสเพลิงไหม้ศาลาในพระราชวังโบราณแล้วแต่เปิดเผยไม่ได้ รอ ตร.สรุปคดี

18.04.17 | 15:21 น.

ผู้ว่าฯอยุธยารับ รู้เบาะแสเพลิงไหม้ศาลาในพระราชวังโบราณแล้วแต่เปิดเผยไม่ได้ รอ ตร.สรุปคดี

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ศาลาจัดแสดงโมเดลจำลอง พระราชวังโบราณ ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ว่า

“สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ทางฝ่ายปกครองพอจะทราบเบาะแสบ้างแล้ว และได้ให้ข้อมูลประกอบไปกับฝ่ายตำรวจ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และคงต้องรอสรุปผลทางคดีถึงสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างเป็นทางการของตำรวจว่าจะมาจากประเด็นใด ซึ่งทราบว่าตำรวจกำลังเร่งทำงาน โดยเฉพาะการเก็บพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ และในส่วนของอาคารที่ถูกเพลิงไหม้รวมถึงแบบจำลอง ยืนยันแล้วว่าเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท โดยถึงจะเป็นอาคารใหม่แต่มีความสำคัญ ด้วยเป็นอาคารจัดแสดง จุดตำแหน่งและรูปแบบพระราชวังหลวง และโบราณสถานในเขตนี้”

ทั้งนี้ ดร.สุจินต์ยืนยันว่า โบราณสถานและทรัพย์สินทางราชการถือเป็นสมบัติของทุกคนในชาติ เมื่อเกิดเหตุขึ้นส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งด้านความมั่นคงและการท่องเที่ยว ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อให้ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่จริง ส่วนข้อซักถามว่าจะสร้างศาลาจัดแสดงในจุดเดิมหรือไม่ คงต้องเป็นฝ่ายกรมศิลปากรในการตัดสินใจ

 

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.พงษ์นเรศวร์ ตันติวัฒนา ผู้กำกับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 และทีมช่างสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรงศาลาจัดแสดงโมเดลจำลองพระราชวังโบราณในวัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกเพลิงไหม้เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา

พ.ต.อ.สุรพงค์เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังตั้งประเด็นของเหตุเพลิงไหม้ใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1.มีคนมาจุดหรือลอบวางเพลิง 2.เกิดจากความประมาท เช่นมีคนมาทิ้งก้นบุหรี่ และ 3.เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดจงจร ซึ่งในประเด็นที่ 1 มีการแยกสืบสวนออกเป็นประเด็นย่อยๆ หลายประเด็น เช่น ขัดแย้งกันเองภายในองค์กรของกรมศิลปากร หรือไปขัดแย้งกับคนอื่น หรือมาจากปัญหาการรื้อย้ายตลาดหลังวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตร รวมถึงการสร้างสถานการณ์

ส่วนประเด็นที่ 3 ถึงแม้ว่าทีมช่างไฟฟ้าจะยืนยันแล้วว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าชอร์ตในอาคาร จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ได้นั้น ทางตำรวจก็ยังไม่ตัดทิ้งไป แต่เริ่มให้น้ำหนักน้อยลงเช่นกัน โดยขอเวลาตรวจสอบอย่างละเอียดในประเด็นระบบไฟฟ้าอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้กับช่างเทคนิคอีกครั้ง โดยกรมศิลปากรจะนำแบบพิมพ์เขียวระบบไฟฟ้าในอาคารนี้มามอบให้เพื่อประกอบการตรวจสอบ

และช่วงนี้ขอเวลาในการทำงานอย่างละเอียดเพื่อแสวงหาหลักฐานในที่เกิดเหตุให้มากที่สุด และยังกันพื้นที่ตรงอาคารเพลิงไหม้ดังกล่าวเป็นเขตจำเพาะห้ามเข้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ และกันคนอื่นเข้ามาวุ่นวายหรือเข้ามาทำลายหลักฐาน อย่างไรก็ตามย้ำกว่าตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง