สั่งเด้งฟ้าผ่า’ร.ต.อ.’เจ้าของคดี เหยื่อวัย 14 เจอรุมโทรม “ศรีวราห์” ขีดเส้นหมายจับเที่ยง19เม.ย.

18.04.17 | 15:50 น.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำมารดาของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ที่ถูกวัยรุ่นข่มขืนเหตุเกิดที่ สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 และเข้าร้องเรียนว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 1 ราย ฐานพรากผู้เยาว์ทั้งที่พฤติการณ์แห่งคดีมีการรุมโทรม ผู้เสียหายถูกข่มขู่ เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรม เร่งรัดคดี รวมทั้งดำเนินคดีกับบุคคลที่ร่วมก่อเหตุทุกคน โดยมอบหลักฐานประกอบด้วยภาพคลิปวิดีโอที่แสดงการต่อสู้ขัดขืนขณะเกิดเหตุ ประวัติการเรียนของผู้เสียหาย ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด รวมทั้งการโพสต์ข่มขู่จากบุคคลที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ โดยมี พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.นิวัติ มาตะราช ผกก.สภ.ด่านช้าง และ ร.ต.อ.อนิวัตร สุบงกช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ด่านช้างร่วมชี้แจงรับฟัง

นายสงกานต์กล่าวว่า จากพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้เสียหายถูกกระทำชำเรา เนื่องจากมีร่องรอยบาดแผลและผู้เสียหายต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่า 3 สัปดาห์ และมีอาการหวาดผวาไม่ยอมพูดคุยกับบุคคลใด ได้เตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญในการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอของผู้กระทำความผิดทั้งหมด และในวันนี้จะไปสอบปากคำผู้เสียหายที่บ้านเกร็ดตระการ จ.นนทบุรี โดยมีตน พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นักจิตวิทยาเข้าร่วมสอบปากคำ และในวันที่ 20 เมษายนนี้ เวลา 13.00 น. จะเข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมด้วย

นายสงกานต์กล่าวว่า เหตุผลที่ตนพาผู้เสียหายมาร้องกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เนื่องจากคดีนี้เข้าข่ายผู้อิทธิพล เนื่องจากบิดาของนายประมวล ขันซาทะ หรือไก่ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหา เป็นอดีตนายตำรวจ ตำแหน่งสารวัตรสอบสวนที่เกษียณอายุก่อนราชการ เป็นลูกหลานคนมีสี และมีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบเหยื่อเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่าตลอด ไม่ใช่เด็กใจแตก แต่ถูกล่อลวงไปทำร้าย

ด้านมารดา ด.ญ.เอ กล่าวว่า หลังพบตัวลูกสาว ได้พาเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ และพยายามให้ไกล่เกลี่ยด้วยการเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุ จึงเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 8 แสนบาท แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอม จึงลดเหลือ 5 แสนบาท แต่ทางบิดาผู้ต้องหาอ้างว่ามีเงินไม่พอ ตนจึงดำเนินคดี ในคืนนั้นตนเองและลูกสาวต้องค้างคืนอยู่ที่สถานีตำรวจ จนเช้าวันรุ่งขึ้นจึงพาลูกสาวไปรักษาตัวที่ รพ.ด่านช้าง และผู้ก่อเหตุยังคงพยายามขัดขวาง และพยายามแสดงความรับผิดชอบ เพื่อให้ครอบครัวไม่ดำเนินคดี

Advertisement

ด้านน้าสาวของ ด.ญ.เอ กล่าวว่า หลานสาวออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 โดยหลานอ้างว่าจะไปทำกิจกรรมที่โรงเรียน แต่พอวันรุ่งขึ้นยังไม่กลับบ้าน จึงไปแจ้งความคนหายที่ สภ.ด่านช้าง หลังจากนั้นมีเด็กมาบอกมารดาผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายถูกข่มขืน และนายต่อได้เข้าช่วยเหลือ โดยการพาตัวหลานสาวไปโต๊ะสนุกเกอร์ ที่อยู่ไม่ห่างจากร้านเกมที่เกิดเหตุ จากนั้นครอบครัวจึงไปรับตัวหลานสาวที่โต๊ะสนุกเกอร์ โดยหลานสาวไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย จึงพาเข้าแจ้งความ โดยหลานสาวระบุว่า มีคนนำน้ำอัดลมมาให้ดื่ม จากนั้นก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่มีสติตลอด และถูกรุมข่มขืนจากชายกว่า 10 คน เมื่อไปแจ้งความตำรวจก็ให้ไกล่เกลี่ย และแจ้งความเพียงพรากผู้เยาว์กับผู้ต้องหาเพียงคนเดียว เนื่องจากตำรวจเชื่อว่าหลานสาวตนสมยอม จึงเรียกไป 8 แสนบาท แต่ไม่ได้เงินค่าเสียหาย จึงแจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด และแม้ว่าในวันนั้นจะได้เงิน 8 แสนบาท ก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้งหมด

“หลังจากแจ้งความได้พาหลานไปรักษาตัวที่ รพ. แต่ผู้ก่อเหตุพยายามจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน แต่ครอบครัวไม่ยินยอม เนื่องจากพบว่ามีการพยายามจะให้หลานตัวเองไปค้าประเวณี ขายบริการทางเพศให้กับชายสูงวัย อายุ 75 ปี หลังแจ้งความ ตัวเองและครอบครัวถูกข่มขู่มาตลอดทั้งทางโทรศัพท์และมีรถขับตระเวนแถวบ้าน ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความหลายครั้งแต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ” น้าสาว ด.ญ.เอ กล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งเร่งรัดการสอบสวน โดยให้พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำพยานทั้งหมด รวมทั้งผู้ถูกข่มขู่ทั้งหมด และให้หาภาพถ่ายของผู้ก่อเหตุทุกคนส่งมาให้ตนผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ภายในเวลา 16.00 น. วันนี้ ให้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทุกคนภายในเวลา 12.00 น.วันที่ 19 เมษายนนี้ นอกจากนี้ให้ทาง บก.ภ.จว.สุพรรณบุรีตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับ ร.ต.อ.อนิวัตร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กรณีถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหายและดำเนินคดีล่าช้า รวมทั้งให้มาปฏิบัติราชการที่ บก.ภ.จว.สุพรรณบุรี จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น นอกจากนี้สั่งการให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนชุดใหม่ และหากไม่สามารถออกหมายจับได้ภายในกำหนดเวลาจะถูกพิจารณาโทษทางวินัย