สธ.ตั้งอนุกก.ศึกษาผลกระทบ”ทีพีพี” 7กลุ่มหวั่นส่งผลระบบสุขภาพ

“หมอโสภณ” ตั้งอนุกรรมการศึกษาผลกระทบทีพีพีต่อระบบสุขภาพไทย 7 รายการ มี “สมุนไพร เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง อาหาร ยาสูบ เหล้า การบริการสุขภาพ” หาผลดีผลเสีย ก่อนเสนอรัฐบาลพิจารณาชี้ขาด

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านสาธารณสุขในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ครั้งที่ 2/2559 เพื่อติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement : TPP) ต่อการสาธารณสุขและระบบสุขภาพ ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ศึกษาผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ ของความตกลงดังกล่าว โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนแต่มีความละเอียดอ่อน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า คณะกรรมการนโยบายด้านสาธารณสุขฯ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบของทีพีพีต่อการสาธารณสุขและระบบสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นที่เป็นผลกระทบทุกด้าน เช่น การเข้าถึงยา ภูมิปัญญาไทย การกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อปกป้องระบบสาธารณสุขและระบบสุขภาพ อาทิ มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การคุ้มครองการลงทุนและนักลงทุน นโยบายระบบประกันสุขภาพ เป็นต้น โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ใช้สินค้าและบริการเป็นจุดเริ่มต้นการวิเคราะห์ทั้งหมด 7 รายการ ได้แก่ 1.ภูมิปัญญาไทย สมุนไพร ยา วัคซีน ชีววัตถุและผลกระทบทางทรัพย์สินทางปัญญาต่อระบบยา 2.เครื่องมือแพทย์ 3.เครื่องสำอาง 4.อาหาร 5.ยาสูบ 6.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 7.การค้าบริการสุขภาพ โดยวิเคราะห์ผลกระทบตามห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ของสินค้าและบริการนั้นๆ กำกับด้วยประเด็นจากข้อตกลงและประเด็นที่มีความคาบเกี่ยวกับนโยบาย /กฎเกณฑ์/ กฎระเบียบที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นระบบ ก่อนจะนำเสนอรัฐบาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก เป็นความตกลงการค้าเสรีกรอบพหุภาคีที่มีมาตรฐานสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการบูรณาการทางเศรษฐกิจในด้านการเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการและการลงทุน การปฏิรูป การสร้างความสอดคล้องในกฎระเบียบทางเศรษฐกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อโดยรัฐ ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น กลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิก 12 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สหรัฐอเมริกา และเป็นประเทศในอาเซียน 4 ประเทศ คือ บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

บทความก่อนหน้านี้จับตากระทรวงหมอ คุมเข้มอาหารปลอดภัย
บทความถัดไปไฟไหม้ป่านครนายกฯ ขยายวงกว้างลุกลามกว่าพันไร่ อึ้ง เชื่อฝีมือกลุ่มเสียประโยชน์(คลิป)