หน้าแรก ในประเทศ น่านผ่อนปรนให...

น่านผ่อนปรนให้เผาแบบมีระเบียบหลังพ้น 60 วันอันตราย จัดทำแนวป้องกันพร้อมคนควบคุม

19.04.17 | 10:50 น.

วันที่ 19 เมษายน  นายประสิทธิ์ พัฒนใหญ่ยิ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.น่าน (ทสจ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในช่วง 60 วันห้ามเผาปีนี้ลดน้อยลง ได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ประมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM10 เกินมาตรฐานความปลอดภัยเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น ส่วนจุดความร้อนหรือ “ฮอตสปอต” ก็มีไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ปีนี้น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากประกาศ 60 วันอันตรายหรือห้ามเผาครบแล้ว ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 เมษายนนี้ จะเปิดโอกาสให้จัดระเบียบการเผา เพื่อผ่อนคลายให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำกินมาทุกปีและมีความจำเป็นจริงๆ อนุโลมให้เผาโดยไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพหรือพื้นที่ป่า โดยเฉพาะปีนี้ได้รับงบประมาณกลาง หรืองบฉุกเฉินจากรัฐบาล ให้หมู่บ้านต่างๆ บริหารค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 250 – 300 บาทต่อคน จัดชุดลาดตระเวนป้องกันไฟป่าหมู่บ้านละประมาณ 6 – 7 คน ร่วมเป็นเครือข่าย อยู่เวรยามและแจ้งข่าวแล้วร่วมกันเข้าไปดับไฟ อย่างไรก็ตาม งบกลางให้มา 60 วัน แต่มาและดำเนินการล่าช้าเหลือ 30 วัน จึงประหยัดใช้งบไปได้ส่วนหนึ่ง


“การจัดระเบียบเผานั้น เราเน้นไปอำเภอต่างๆ แต่ละอำเภอจะเผาได้วันละกี่ไร่ โดยกำชับ ตกลงกันแล้วว่าจะต้องทำแนวป้องกันไฟล้อมรอบ ต้องมีคนคอยควบคุมอยู่ ไม่ให้ลุกลามไปที่อื่น โดยเฉพาะก่อนจะเผาต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนันและนายอำเภอให้รับทราบเพื่อร่วมกันวางแผน” นายประสิทธิ์กล่าว และว่า หลายอำเภอเริ่มจัดระเบียบไปแล้ว เช่น อ.นาน้อย นาหมื่น เชื่อมสัมพันธ์กันวางแผนโดยพื้นที่ใกล้เคียงเป็นตำบล หมู่บ้าน สลับหรือเผาให้ไม่ตรงกัน ผ่อนผันให้เฉพาะพื้นที่ทำเกษตรกรรมดั้งเดิมก่อนเดือนมิถุนายน 2557 เท่านั้น ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 30 มิถุนายน 2541 หลังจากนั้นจะถูกปรับและยึดพื้นที่คืน เนื่องจากพื้นที่ จ.น่าน ส่วนใหญ่เป็นสภาพลาดชัน การกำจัดวัชพืชหรือเชื้อเพลิงทำได้ยากลำบาก โดยเฉพาะอำเภอทางเหนือของจังหวัด ทำเกษตรลักษณะไร่หมุนเวียนวงรอบละ 5 ปี ปรับความสมบูรณ์เองตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้วิธีเผา แต่พยายามทำแนวกันไฟไว้เพื่อไม่ให้ลามพื้นที่ที่พักรอบไว้เสื่อมโทรม เป็นกติกาชุมชนที่วางไว้

ทสจ.น่าน กล่าวว่า ปัญหาที่จะต้องแก้ไขอีกต่อไปคือพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก เช่น ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวนแห่งชาติ มีคนลักลอบเข้าไปเก็บหาของป่าหรือล่าสัตว์ เพราะพื้นที่กว้างใหญ่เข้าได้หลายทาง ปีต่อไปจะต้องเฝ้าระวังกันให้มากขึ้น โดยวางกติกาไว้ให้รัดกุม ใครจะเข้าไปในป่าต้องขออนุญาตหรือตั้งจุดตรวจค้น บางทีอยากจะใช้วิธีปิดป่าในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว แต่ก็เป็นผลกระทบกับการทำมาหากินของประชาชนส่วนหนึ่ง จึงอนุโลมให้ขออนุญาตเข้าไปจะควบคุมได้ระดับหนึ่ง รวมถึงไร่หมุนเวียนที่บอกว่าเป็นภูมิปัญญานั้น สมัยนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้ถ้ารัฐเข้าไปช่วยได้ทั่วถึง เช่น ชุมชนเช่าที่ดินราคาถูก คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นธรรมและยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศ โดยจัดระบบน้ำ การเกษตรในพื้นที่จำกัดลง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพที่เหมาะสม หาตลาดให้ สามารถจำกัดไร่หมุนเวียนที่ใช้พื้นที่มากลงได้ แต่เป็นการแก้ปัญหาระยะยาว อีกส่วนกำลังเสนอกฎหมายผ่อนผันให้คนสามารถทำกินอย่างพอเพียงในป่าได้ โดยการควบคุมของกรมป่าไม้หรืออุทยานแห่งชาติ

Advertisement