หน้าแรก ในประเทศ มาถึงแล้ว! เร...

มาถึงแล้ว! เรือสำรวจจีน 7 ลำเข้าจอดท่าเชียงแสน เตรียมล่องน้ำโขงพรุ่งนี้

19.04.17 | 15:35 น.

วันที่ 19 เมษายน 2560 ในที่สุดเรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ซึ่งเป็นของบริษัทที่ปรึกษาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้เดินทางเข้าสู่น่านน้ำโขงของประเทศไทยแล้ว โดยเข้าเทียบท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 ภายในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเรือที่ทางการจีนว่าจ้างให้ทำการสำรวจแม่น้ำโขง ตามโครงการความร่วมมือในการสำรวจร่องแม่น้ำโขงในเขตแดนไทย-สปป.ลาว ด้านที่ติดกับ จ.เชียงราย ประกอบด้วยเรือสำรวจลำใหญ่ 3 ชั้นขนาดระวางน้ำหนัก 450 ตัน จำนวน 3 ลำ และมีเรือเล็กจำนวน 4 ลำ มีนายหลิว เจี้ยน เป็นหัวหน้าคณะและมีลูกเรือชาวจีนเดินมากับเรือทั้งหมดรวมจำนวน 60 คน โดยฝ่ายไทยมี น.อ.ชลทัย รัตนเรือง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย นายสุรนาท ศิริโชค รักษาการ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย นายจุมพล แรงกสิกร นายด่านศุลกากรเชียงแสน ตัวแทนจาก พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ตม.เชียงแสน และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ให้การต้อนรับและประชุมหารือเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการร่วมกัน


จากนั้นนายหลิวเจี้ยน แจ้งว่าคณะจะมีสำรวจร่องแม่น้ำโขงโดยมีกำหนดจะดำเนินการเฉพาะร่องน้ำที่ติดกับชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย รวม 15 จุดเท่านั้น โดยมีการใช้เรือใหญ่ 3 ลำชื่อว่าเรือจาฟู่ 3 เรือฉีตง 9 และเรือเฉินไท่ 198 เป็นเรือหลักในการดำเนินการส่วนเรือเล็กอีก 4 ลำให้การสนับสนุน โดยเรือใหญ่ทั้ง 3 ลำจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในลำที่ 1 จำนวน 14 คน ลำที่ 2 จำนวน 13 คน และเรือลำที่ 3 เป็นเรือกายภาพจำนวน 13 คน ที่เหลือเป็นกัปตันและลูกเรือ การดำเนินการจะเริ่มหลังการทำเรื่องเข้าเมืองและตรวจสอบรายละเอียดตามกฎหมายไทยทั้งหมดแล้วเสร็จ โดยเริ่มตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปจนถึงสุดเขตแดนไทยที่ อ.เวียงแก่น โดยใช้ระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ 55 วัน ซึ่งทางฝ่ายไทยได้ขอเอกสารการเข้าเมืองเป็นหนังสือเดินทางระหว่างประเทศและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การแสดงตัวบุคคล ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าตรวจเรื่องอุปกรณ์ภายในเรือ อุปกรณ์ตรวจน้ำที่มีหมายเลขเครื่องหรือซีรีนัมเบอร์และซีรีนัมเบอร์ของเรือทุกลำ เพื่อให้ตรงกันทั้งก่อนปฏิบัติการ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการสำรวจในวันพรุ่งนี้

Advertisement

ด้านนอ.ชลทัย กล่าวว่าทางหน่วยทหารมีหน้าที่ร่วมกับกรมเจ้าท่านำเจ้าหน้าที่ออกติดตามไปพร้อมกับเรือสำรวจของจีนดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มต้นที่ดำเนินการตลอดแนวและตลอดระยะเวลาทั้งหมดดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้มีการจัดมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำนวน 4 ให้ร่วมเดินทางไปกับคาราวานเรือสำรวจดังกล่าวด้วยเป็นประจำทุกวัน ทั้งนี้ได้มีการแจ้งแล้วว่าเรือสำรวจนี้จะต้องดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้ยื่นต่อทางฝ่ายสไทยโดยจะไม่ดำเนินการนอกแผนงานเป็นอันขาด

 

ขณะที่ นายสุรนาท ให้ข้อมูลว่าการสำรวจครั้งนี้ประกอบด้วย 4 ด้านคือด้านชลศาสตร์คือร่องน้ำ ความเร็วน้ำ ความลึกของแม่น้ำโขง การไหลของทางน้ำ ด้านธรณีศาสตร์ สำรวจชั้นหิน เกาะแก่ง ด้านสภาพภูมิประเทศคือต้นไม้ ป่าไม้ โขดหิน และด้านวิศวกรรม ซึ่งผลการสำรวจทั้งหมดมีการนำผลไปศึกษาและจัดทำเป็นรายงานสรุปผลพร้อมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ โดยทางการจีนจะต้องนำเสนอต่อรัฐบาลไทยเพื่อนำไปพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป จากนั้นยังมีขั้นตอนในการจัดคณะทำงานร่วมด้านอีไอเอลงพื้นที่สำรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วย เช่น ดูเรื่องตลิ่งพัง วิถีชีวิต การประมง ฯลฯ ต่อไป ก่อนหน้านี้่ทางกรมเจ้าท่าได้ร่วมกับฝ่ายปคกรองและหน่วยงานความมั่นคงจัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการต่อต้านหรือความเข้าใจผิดเพราะเป็นเพียงการสำรวจเท่านั้นยังไม่มีการระเบิดเกาะแก่งแต่อย่างใด

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ ที่มีตั้งแต่ปี 2544 โดยทางการจีนรับขับเคลื่อนมีกำหนดดำเนินการตั้งแต่เมืองซือเหมา มณฑลยูนนาน-แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 809 กิโลเมตร โดยมีการว่าจ้างเอกชนดำเนินการในระยะหรือเฟสแรกในแม่น้ำโขงไปแล้วจำนวน 11 จุดส่วนใหญ่อยู่ในเขตประเทศจีน สปป.ลาว และเมียนมา ยกเว้นจุดคอนผีหลงซึ่งเป็นเกาะแก่งที่ติดกับ อ.เชียงของ เพราะถูกองค์กรเอกชนและประชาชนออกมาต่อต้านรวมทั้งรัฐบาลไทยยังไม่มีการอนุมัติ ต่อมาบริษัทเดียวกันมีการดำเนินการระยะที่ 2 เพื่อให้เดินเรือสินค้า 300 ตัน ได้เกือบตลอดทั้งปี โดยส่งเรือสำรวจในพื้นที่อื่นๆ หมดแล้วเหลือแต่จุดที่ติดกับ 3 อำเภอของไทย กระทั่งเมื่อคณะรัฐมนตรีของไทยมีมติเห็นชอบในการสำรวจแม่น้ำโขงทำให้เรือสำรวจจีนกลับมาอีกครั้งดังกล่าว ขณะเดียวกันยังจะมีการดำเนินการเฟตที่ 3 เพื่อให้เรือขนาด 500 ตันแล่นได้เกือบตลอดทั้งปีอีกด้วย