วันที่ 19 เมษายน 2560 จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารจัดแสดงหุ่นจำลองสาม มิติรูปแบบพระราชวังโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์ เขต พระราชวังหลวง ใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึกวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรนั้น ล่าสุด พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก. พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมนำแบบการก่อสร้างอาคารและภาพถ่ายก่อนเกิดเพลิงไหม้มาตรวจสอบถึงลักษณะโครงสร้างอาคารทำด้วยวัสดุชนิดใดบ้าง ที่จะเป็นเชื้อเพลิงของการเกิดเพลิงไหม้
พล.ต.ต.อนุรักษ์ ได้กำชับให้พิสูจน์ทราบความชัดเจนในเรื่องของสาเหตุของการเพลิงไหม้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หากเกิดจากอุบัติเหตุมีคนเข้ามาในพื้นทีแล้วทิ้งก้นบุหรี่ ต้องสืบทราบตัวนำตัวมาดำเนินคดี หรือหากเกิดจากการลอบวางเพลิงในสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ต้องติดตามตัวมาเนินคดี เร่งสรุปสาเหตุให้โดยเร็วที่สุด
ด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ อุทายานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุมักจะพบกลุ่มวัยรุ่นและคนเร่ร่อนเข้ามาในพื้นที่บ่อยครั้ง ต้องคอยว่ากล่าวตักเตือนและขอให้ออกนอกพื้นที่ จึงอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เข้ามาในพื้นที่แล้วมาทิ้งก้นบุหรี่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ หรือไม่พอใจเจ้าหน้าที่คอยไปตักเตือน
ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายปี2559 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการจัดระเบียบร้านจำหน่ายต้นไม้และไม้ประดับ ที่ขายอยู่บนฟุตบาธ จำนวนหลายร้านให้เข้าไปขายภายในบึงพระราม มีบางกลุ่มที่ไม่พอใจในการจัดระเบียบ จนมีการพบกระเป๋าต้องสงสัยวางเอาไว้บริเวณทางเข้าวัดมหาธาตุ จนเจ้าหน้าที่ต้องมีการระเบิดทำลายกระเป๋าแต่ไม่พบอะไรอยู่ในกระเป๋า และต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการรื้อร้านค้ากว่า300 ร้านที่อยู่บริเวณลานจอดรถด้านหลัง วิหารพระมงคลบพิตร ให้ไปขายบริเวณด้านหลังศาลางกลางหลังเก่า มีคนวางกระเปาเดินทางมาวางเอาไว้บริเวณตลาดนัด ถนนบางเอียน ใกล้กับวัดมหาธาตุ จนเจ้าหน้าที่ต้องระเบิดทำลายกระเป๋าแต่ไม่พบอะไรอยู่ภายในกระเป๋า ทั้งสองเหตุการณ์เชื่อว่าเกิดจากป่วนสร้างสถานการณ์ จนมาสุดเกิดเพลิงไหม้อาคารแสดงหุ่นจำลอง ภายในอุทยานประวัติศาสตร์

