ทหารพล ร.9 เร่งเติมน้ำในบ่อให้ช้างป่าสลักพระ หลังน้ำปนเปื้อนยาเบื่อปลา ทำช้างหงุดหงิดไม่มีน้ำกิน
จากกรณีที่มีบุคคลไม่ประสงค์ดีลักลอบเข้ามาทอดแหและวางยาเบื่อปลาในบ่อน้ำบ้านแก่งปลากรด หมู่ 5 ตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของช้างป่าที่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ที่ทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมารบกวนชาวบ้าน จนทำให้ปลาที่อยู่ในบ่อลอยตายยกบ่อ และช้างป่าไม่สามารถกินน้ำในสระได้ ส่งผลให้ช้างเกิดอาการหงุดหงิด เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 19 เม.ย. 60 พลตรีวุฒิชัย นาควานิช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ได้มอบหมายให้ พันเอก บรรยง ทองน่วม ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 พันโท วัชรภ บุรินทร์วัฒนา ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พร้อมกำลังพล นำรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนท่าทุ่งนา องค์การบริหารส่วนตำบลช่องสะเดา และองค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง รวมทั้งหมด 8 คัน นำน้ำมาใส่ลงในบ่อน้ำช้างป่า ซึ่งมีความจุประมาณ 200,000 ลิตร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกเข้าไปหาน้ำกินในเขตพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนของราษฎร ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและพืชไร่ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลช่องสะเดาเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้น นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา จึงร้องขอความช่วยเหลือจากกองพลทหารราบที่ 9 ให้เข้ามาช่วยเหลือด้วยการนำรถบรรทุกน้ำมาเติมน้ำใส่บ่อน้ำให้ช้างป่า พร้อมทั้งยังได้น้ำรถบรรทุกน้ำไปเติมใส่ถังกักเก็บน้ำกลางหมู่บ้านในพื้นที่หมู่ 4 และ หมู่ 7 ตำบลช่องสะเดา ที่ชาวบ้านประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้กว่า 200 ครัวเรือน ซึ่งแหล่งน้ำทางธรรมชาติได้แห้งขอดลงจนไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค กองพลทหารราบที่ 9 จึงเข้าช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในเบื้องต้น และจะเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป
มีรายงานว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ปัจจุบันมีช้างป่าอาศัยอยู่กว่า 270 ตัว และมักจะเดินออกจากป่ามาหากินน้ำและพืชไร่ของชาวบ้านที่อยู่บริเวณชายขอบป่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง และหากแหล่งน้ำต่างๆ ในชุมชนแห้งขอดก็จะเดินข้ามถนนสายกาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ พื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านแก่งปลากด ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อลงไปกินน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งห่างจากถนนสายดังกล่าวเพียง 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น และข้ามฝั่งไปกินพืชไร่ของชาวบ้านซึ่งจะสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก

