แพทยสภาสอบ ‘หมอ’ บุกปล้ำพยาบาลลำปาง ด้านรพ.สต.ขอมาตรการความปลอดภัยเจ้าหน้าที่

20.04.17 | 14:02 น.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน พญ.ชัญวลี ศรีสุโข โฆษกแพทยสภา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแพทย์ที่โรงพยาบาลในจังหวัดลำปางลวนลามพยาบาลสาว ว่า ขณะนี้ผู้เสียหายได้ทำเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่แพทยสภาอย่างเป็นทางการ ประกอบกับก่อนหน้านี้แพทย์ผู้ถูกร้องได้ให้คำรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วนั้น แต่ตอนนี้แพทยสภาก็จะพิจารณาและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายจึงตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการกระทำของแพทย์รายนี้เพื่อพิจารณาบทลงโทษทางจริยธรรมต่อไปคิดว่าไม่น่าเกิน 2-3 เดือนก็ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนก็เคยมีกรณีคล้ายๆ อย่างนี้คือแพทย์ลวนลามคนไข้ก็ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไปแล้ว ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าทุกข์ไม่ได้ร้องเรียนมาที่แพทยสภาด้วยซ้ำ

วันเดียวกัน ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ประเทศไทย)และชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จัดทำข้อเสนอมาตรการจัดระบบความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาพร้อมการเยียวยาแก่เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแก่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีมาตรการระยะเร่งด่วน และระยะยาว อาทิ 1. ให้ทุกหน่วยบริการแนะนำทำความเข้าใจกับชุมชน ในการใช้บริการสายด่วน 1669 โดยดึงพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน 2. ให้กระทรวงสาธารณสุข / โรงพยาบาลแม่ข่าย (CUP) สนับสนุนงบประมาณ งบลงทุน เพื่อการติดตั้งสัญญาณเสียงไซเรน ที่มีความดังสูงให้แก่หน่วยบริการทุกแห่ง ภายในปีงบประมาณ 2560 3. ให้กระทรวงสาธารณสุข / โรงพยาบาลแม่ข่าย (CUP) สนับสนุนงบประมาณ งบลงทุน เพื่อการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้แก่ หน่วยบริการทุกแห่ง ภายในปีงบประมาณ 2560

นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการด้านการบริหารจัดการการอยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ราชการนอกเวลาราชการ อาทิ 1. ให้แต่ละหน่วยบริการมีคณะกรรมการบริหารหน่วยบริการ พิจารณาให้ความเห็นชอบการเปิดให้บริการนอกเวลาราชการโดยคณะกรรมการบริหารหน่วยบริการ จะต้องมีผู้แทนชุมชนร่วมด้วย 2. การอยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ราชการนอกเวลาราชการ ให้เป็นไปตามบริบทของหน่วยบริการ สภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน 3.ให้หัวหน้าหน่วยบริการ (ผอ.รพ.สต.) พิจารณาออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ราชการนอกเวลาราชการ เวรละ 2 คน โดยให้มีเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ให้บริการรักษาพยาบาลอย่างน้อย 1 คน หรือมากกว่าตามความจำเป็นและเหมาะสมของหน่วยบริการนั้นๆ โดยคำนึงถึงสถานะเงินบำรุงจัดให้มีตู้แดง โดยการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดลาดตระเวนตรวจความสงบเรียบร้อยและบันทึกการตรวจเยี่ยม 4. สนับสนุนหน่วยให้หน่วยบริการตรวจตั้งไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) เป็นต้น
​​