จากกรณีชมรมสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจแห่งประเทศไทยหลายร้อยนายเตรียมยื่นหนังสือ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ทบทวน การตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนเดิมเข้าสู่ตำแหน่งหลัก พร้อมออกแถลงการณ์ 3 ข้อ คือ สนับสนุนให้มีการปรับยกสถานีตำรวจขนาดเล็กขึ้นเป็นระดับผู้กำกับการหัวหน้าสถานี การพิจารณาหลักเกณฑ์ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้กำกับการหัวหน้าสถานีดังกล่าว สมควรให้สารวัตรใหญ่ผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิม มีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วย และการพิจารณาเลื่อนสู่ตำแหน่งสารวัตรใหญ่ (สายงานบริหารงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เมื่อมีตำแหน่งว่างจึงจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้น ส่วนพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ (พงส.ผทค.) กลับใช้วิธีการประเมินสอบเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันนั้น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ เปิดเผยว่า การตัดโอนตำแหน่งของพนักงานสอบสวนน่าจะสมบูรณ์แล้ว ในช่วงบ่ายวันที่ 2 มีนาคม จะประชุมคณะทำงานฯ ครั้งสุดท้ายว่าจำนวนตำแหน่งพนักงานสอบสวนในทุกระดับ ตั้งแต่นายพลจนถึงรองสารวัตร (สว.) ประมาณ 1 หมื่นกว่าตำแหน่ง ว่า ตำแหน่งเหล่านี้จะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร และเรื่องของอำนาจหน้าที่ของผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งดังกล่าวด้วย เพราะจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการประชุมนี้คณะทำงานฯ จะสรุปทั้งหมด ก่อนจะนำเรียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่า ทำอะไรไปบ้าง กำหนดตำแหน่งตัดโอนไปที่ไหนอย่างไร เช่น นายพลมีอยู่ 14 ตำแหน่ง จะไปอยู่ที่ไหน ควรจะพิจารณาแต่งตั้งคนที่มาทำหน้าที่ มีลักษณะคุณสมบัติอย่างไร จะทำให้ครบและนำเสนอ ผบ.ตร. ถ้า ผบ.ตร.เห็นชอบตามที่คณะทำงานมีความเห็นเสนอไปจะอนุมัติให้นำเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการข้าราชการตำรวจฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่จะอนุมัติกำหนดตำแหน่งดังกล่าว ถ้าตำแหน่งระดับต่ำกว่าผู้บังคับการ (ผบก.) เป็นอำนาจเด็ดขาดสิ้นสุดที่ อนุ ก.ตร.ก็จะนำเสนอ ก.ตร.เพื่อรับทราบเท่านั้น แต่ตำแหน่งนายพลขึ้นไปนั้น ก.ตร.จะอนุมัติให้เพื่อนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินการต่อไป ทั้งหลายทั้งปวงจะทำให้เสร็จกลางเดือนมีนาคม เพื่อให้ทันการแต่งตั้งพร้อมกับข้าราชการฝ่ายอื่นๆ ตั้งแต่รอง ผบก.ลงไปจนถึง สว. ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติขยายให้มีการแต่งตั้งแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่อว่า สำหรับความเห็นไม่ว่าจะเป็นของสมาคมพนักงานสอบสวน ของสมาพันธ์พนักงานสอบสวน ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะกำหนดยุติบทบาทไป รวมถึงกลุ่มสารวัตรใหญ่ หรือแม้แต่ระดับพนักงานสอบสวนในปัจเจกบุคคล ได้รับคำชี้แนะข้อเสนอมากมาย คณะทำงานฯพิจารณาในทุกส่วนทุกความเห็นมีความสำคัญ ส่วนความเห็นของพนักงานสอบสวน ส่วนความเห็นของตำรวจฝ่ายอื่นๆ ด้วย (ฝ่ายป้องกันปราบปราม,ฝ่ายสืบสวน,ฝ่ายจราจร) ทุกคนเสนอมา ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจก็เยอะ เราประมวลความเห็นเหล่านี้มาพูดคุยกันในคณะทำงาน ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งความเห็นใครไปเลย แต่บทสรุปออกมาทุกคนจะพึงพอใจหรือไม่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
“ผมเชื่อว่าจากการทำงานของคณะทำงานตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้เน้นการรับฟังความเห็นของพนักงานสอบสวนเป็นหลักเพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ แต่ความเห็นส่วนอื่นๆ รับฟังด้วย เชื่อว่าเมื่อผลออกมาทุกคนควรจะพึงพอใจจะได้เดินหน้าในกระบวนการแต่งตั้งให้แล้วเสร็จตามที่ ก.ตร.ขยายไว้ จะได้เริ่มต้นทำงาน” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

