บุกรวบ หมอเถื่อน วัย 74 คาคลินิก สวมรอยเป็นแพทย์ พยาบาลเชื่อจริง เรียก ‘อาจารย์หมอ’

4.09.25 | 21:15 น.

สืบนครบาล 3 ส่งนักสืบหมอแท้ บุกจับหมอเถื่อน ประวัติยาว หนีคดีเก่ามาหลายปี ปลอมบัตร ปลอมใบอนุญาตหมอไปรักษาผู้ป่วย สปสช. รวบได้คาคลินิกย่านลาดพร้าว

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์วันที รอง ผบก.น.3 ดูแลงานสืบสวน พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส. บก.น.3 ร.ต.อ.นพพนธ์ แก้ววรรณา ร.ต.อ.ณฐภัทร์ จุ่งพิวัฒน์ รอง สว.กก.สส. บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 ร่วมกันจับกุม หมอเถื่อน ปลอมบัตรปลอมใบอนุญาตของหมอจริง อาศัยว่ามีประสบการณ์เคยทำงานกับหมอและศึกษาแบบครูพักลักจำกับหมอจริง ตระเวนแอบอ้างเป็นหมอไปสมัครทำงานในคลินิกเวชกรรม รักษาคนไข้ทั่วไปทั้งที่มิใช่หมอจริง


เนื่องด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุลได้รับการร้องเรียนว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นหมอใช้ชื่อว่า นพ.มานิตย์ ไปสมัครทำงานกับคลินิกเวชกรรมหลายๆ ที่เพื่อทำงานรักษาคนไข้ เห็นว่าเป็นภัยกับสังคมประเภทมิจฉาชีพที่แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการรักษาที่ผิดพลาด อันเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกายและสุขภาพของพี่น้องประชาชน

จึงได้สั่งการให้ กก.สส.บก.น.3 ออกสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด จึงมอบหมายให้ ส.ต.ต.ปัณรพัศศ์ ก้อมน้อย เจ้าหน้าที่สืบสวนของ กก.สส.บก.น.3 ที่จบแพทยศาสตรบัณฑิตจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อยู่ในระหว่างการสอบเพื่อขอใบประกอบโรคศิลปะจากแพทยสภา แฝงตัวเข้าไปทำการหาข่าวจากกลุ่มหาหมอพาร์ตไทม์ในอินเตอร์เน็ต เพื่อหาหมอที่มีใบอนุญาตไปทำงานในคลินิกเวชกรรมต่างๆ เนื่องจากมีรายได้จากการทำงานชั่วโมงละ 500-1,000 บาท

Advertisement

ต่อมาทราบว่าบุคคลที่แอบอ้าง นพ.มานิตย์คือ นายบุญมาก อายุ 74 ปี เคยก่อเหตุปลอมตัวเป็นหมอและถูกจับดำเนินคดีไปแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อประมาณปี 2560 นายบุญมากปลอมเอกสารแสดงตัวเป็นหมอเข้ามาทำงานภายในห้องพยาบาลของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้ประมาณ 2 ปี

กระทั่งวันที่ 6 ส.ค.2562 ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง เข้าทำการจับกุม พร้อมของกลางเป็นสมุดบันทึกผู้มารับบริการที่ห้องพยาบาล และใบบันทึกเวลาของแพทย์ รวมทั้งยาอันตราย 4 รายการ และเอกสารยืนยันจากแพทยสภา 1 ชุด นำตัวส่งฟ้องศาลและประกันตัวสู้คดีจนถึงชั้นศาลฎีกา นายบุญมากไม่ยอมไปฟังคำพิพากษา ซึ่งต่อมาได้มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยได้ลงโทษจำคุกจำนวน 1 ปี 2 เดือน เมื่อนายบุญมากหลบหนี ศาลจังหวัดระยองได้ออกหมายจับ ที่ 540/2565 ลง 30 พ.ย.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานความผิดเกี่ยวกับเอกสาร, ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ความผิดต่อพระราชบัญญัติยา

ต่อมาทราบว่านายบุญมากได้ปลอมเอกสารและปลอมตัวเป็น นพ.มานิตย์ไปเป็นหมอพาร์ตไทม์ที่คลินิกย่านลาดพร้าว 48 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว จึงได้ไปทำการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. เวลา 15.30 น. พบบริเวณหน้าห้องตรวจโรคติดรูปนายบุญมาก แต่ระบุชื่อ นพ.มานิตย์

พบนายบุญมากกำลังตรวจรักษาคนไข้ที่ใช้สิทธิ สปสช.อยู่ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบ พบตรายางระบุชื่อ นพ.มานิตย์ และใบ OPD CARD ของคลินิกที่ใช้ชื่อ นพ.มานิตย์สั่งรักษาโรคของคนไข้ พร้อมขอตรวจสอบหลักฐานประจำตัวพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงได้ทำการจับกุมตัวไว้ จนเป็นที่ตกใจของคนไข้และพยาบาลในคลินิกดังกล่าวเป็นอย่างมาก

จากการสอบถามพยาบาลของคลินิกทราบว่า นายบุญมากได้ปลอมเอกสารของ นพ.มานิตย์มาสมัครทำงานพาร์ตไทม์ จนทุกคนเชื่อว่าเป็นหมอ และมีอายุมากแล้ว ทุกคนเรียก “อาจารย์หมอ” แต่การรักษาบางครั้งสั่งยาให้คนไข้แบบแปลกๆ ไม่ตรงกับการรักษาปัจจุบัน จึงได้ไปทำการสอบถามเพื่อยืนยัน ก็จะเปลี่ยนความเห็นตามที่พยาบาลแนะนำ แต่พยาบาลจะไม่กล้าไปสอบถาม เนื่องจากเห็นว่าอายุมาก อยู่ในระดับอาจารย์แพทย์

เบื้องต้นนายบุญมากให้การรับว่าได้ปลอมเอกสารของ นพ.มานิตย์จริง เนื่องจากเคยทำงานด้วยกันมาก่อน เห็นว่าหมอเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี จึงปลอมเอกสารและปลอมตัวตนเป็น นพ.มานิตย์ออกไปสมัครทำงานพาร์ตไทม์ตามคลินิกเวชกรรมและห้องพยาบาลของโรงงานต่างๆ จนถูกดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง ปัจจุบันได้ปลอมตัวเป็นหมอพาร์ตไทม์อยู่ในคลินิกเวชกรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ, จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ระยอง เงินที่ได้จากการทำงานส่วนมากจะนำไปเล่นพนันจนเสียหมด

โดยเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำตัวนายบุญมากส่งศาลจังหวัดระยอง ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับเอกสาร, ความผิดต่อพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ความผิดต่อพระราชบัญญัติยา เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป

ส่วนความผิดที่ได้กระทำในคลิกนิกที่ซอยลาดพร้าว 48 นั้น เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.3 จะได้รวบรวมพยานหลักฐานไปร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับนายบุญมากกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารต่อไป