วันที่ 20 เมษายน 2560 นายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่ประจำ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะหน่วยงานทั้งภาครัฐของจีนและเอกชนรายใหญ่จากประเทศจีนหลายราย เช่น ธนาคารแห่งประเทศจีนหรือแบ๊งค์ออฟไชน่า บริษัทในเครือไชน่าเพาเวอร์ บริษัทในเครือไชน่าฮาเบอร์ บริษัทในเครือชิโนไฮโดร เอกชนจากสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย ฯลฯ รวมทั้งหมดประมาณ 10 ราย เดินทางไปยังศาลากลาง จ.เชียงราย เพื่อพบปะหารือกับนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย และยังเดินทางไปยังสำนักงานหอการค้า จ.เชียงราย เพื่อพบนักธุรกิจ เช่น นายพรเทพ อินทะชัย ประธานหอการค้า จ.เชียงราย นายอนุรัตน์ อินทร อดีตประธานหอการค้า จ.เชียงราย น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และคณะนักธุรกิจไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกัน
โดยการเดินทางไปขอคณะจากประเทศจีนครั้งนี้ถือคณะใหญ่เพราะเอกชนแต่ละรายต่างเป็นรายใหญ่ที่ติดอันดับต้นๆ ของประเทศจีน ซึ่งนายเหริน ยี่เซิง ให้เหตุผลว่าเนื่องจากในปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับ จ.เชียงราย อย่างมากเพราะมียุทธศาสตร์ทางเส้นทางคมนาคมที่ใกล้กันโดยระยะทางที่แท้จริงในปัจจุบันคือห่างไกลแค่ประมาณ 230 กิโลเมตร สามารถเดินถึงกันได้ทั้งทางบกและทางเรือแม่น้ำโขง
นายเหริน ยี่เซิง และคณะแจ้งต่อ จ.เชียงราย ว่าได้นำที่ประกอบด้วยเอกชนรายใหญ่จากประเทศจีนไปเยือน จ.เชียงราย เพื่อหารือกันโดยกรณีของบริษัทในเครือไชน่าเพาเวอร์นั้นถือเป็น 1 ใน 200 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนที่ลงทุนในไทยมากกว่า 20 ปี มีทุนจดทะเบียนกว่า 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันลงทุนด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ของไทย จำนวน 7 โครงการและกำลังเจรจากันอีก 2 โครงการ มีทุนจดทะเบียนในไทยกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนแบ๊งค์ออฟไชน่านั้นเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก ขณะที่ไชน่าฮาเบอร์นั้นมีพนักงานทั่วโลกกว่า 1 ล้านคน โดยบางสาขามีพนักงานอยู่กว่า 100,000 คน ขณะที่เครือชิโนไฮโดรมีชื่อเสียงด้านการสร้างเขื่อน ด้านเอกชนจากสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย นั้นมีการลงทุนด้านธุรกิจหลากหลาย เช่น สถานีไฟฟ้า รางรถไฟ ฯลฯ มีการลงทุนในจีนไปแล้วกว่า 3,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เป็นต้น
“ปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญในการเชื่อมเส้นทางคมนาคมและเศรษฐกิจกับ จ.เชียงราย และเชิญชวนให้ประเทศไทยร่วมมือทางเศรษฐกิจกันด้วยเพราะในประเทศจีนมีการเชื่อมโยงระหว่างเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน-เซี่ยงไฮ้ ด้วยรถไฟความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้ระยะเวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเชื่อมระหว่างคุนหมิง-ปักกิ่ง ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง-ซีอาน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่จะได้เชื่อมโยงผ่าน จ.เชียงราย ดังกล่าว ทางการจีนจึงขอเชิญภาครัฐและเอกชนไทยร่วมในการจัดงานวันเบลวันโรด ณ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 1-2 ก.ย.นี้ด้วย” นายเหริน กล่าว
ขณะที่ภาคเอกชนจีนแจ้งต่อทางหอการค้า จ.เชียงราย ว่าเทศบาลนครซานตงมีความประสงค์จะเชื่อมความสัมพันธ์เป็นบ้านพี่เมืองน้องกับ จ.เชียงราย จึงจะมีแจ้งให้ทราบเพื่อให้เชียงรายได้นำไปพิจารณา และทางสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย ประสงค์จะตั้งสำนักงานสาขาอยู่ที่ จ.เชียงราย โดยเฉพาะเชื่อมกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ประเทศไทยกำลังจัดตั้งที่ 3 อำเภอคือแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ส่วนเครือไชน่าเพาเวอร์ บริษัทในเครือไชน่าฮาเบอร์ สนใจจะเข้าไปลงทุนด้านการพัฒนาท่าเรือและระบบรางโดยได้เลือกดูสถานที่ด้วยการเดินทางไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ที่ อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน ในวันเดียวกันด้วย
ด้าน น.ส.ผกายมาศ กล่าวว่าการเดินทางไปเยือนของคณะจากประเทศจีนครั้งนี้ถือเป็นคณะใหญ่มากเพราะมีภาครัฐนำไปส่วนภาคเอกชนก็เป็นรายใหญ่ในประเทศจีนแสดงให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญในการจะลงทุนที่ จ.เชียงราย อย่างแท้จริง ดังนั้นหอการค้าจึงจะร่วมกับภาครัฐในการศึกษารายละเอียดด้านต่างๆ ที่กงสุลใหญ่ของจีนและภาคเอกชนจีนเสนอมาอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจกับประเทศไทยและ จ.เชียงราย ให้มากที่สุดต่อไป

