เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการ กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบก.ปอท.) พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.กมล ทวีศรี สว.กลุ่มงานสนับสนุนฯ ปฏิบัติหน้าที่ สว.กก.2 บก.ปอท.แถลงจับกุม น.ส.รัชชุดา ทองแย้ม อายุ 32 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมได้ที่โรงจอดรถข้างห้องพักเลขที่ 21 เช็คอินรีสอร์ท คลอง 8 ธัญบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 45/21 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 60 ราย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “รัชชุดา ทองแย้ม” หลังจากหลอกลวงให้ร่วมลงทุนประมูลและซื้อขายทองคำ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่าสามารถซื้อทองในราคาถูกกว่าท้องตลาด รวมทั้งมีการนำทองคำมาประมูลในเฟซบุ๊ก แต่ภายหลังหลงเชื่อโอนเงินซื้อทองคำไปแล้ว กลับไม่ได้รับทองคำตามที่ระบุไว้แต่อย่างใด รวมมูลค่าเสียหายประมาณ 90 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่ปลายปี 2559
พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ภายหลังรับแจ้งทางพนักงานสอบสวนจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยพบว่าผู้กระทำความผิดคือ น.ส.รัชชุดา ทองแย้ม มีพฤติการณ์อ้างเป็นตัวแทนของห้างทองแห่งหนึ่ง สามารถซื้อขายทองคำได้ในราคาถูก สามารถนำมาขาย รวมทั้งเปิดประมูลให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประมูลได้จะได้รับทองคำหลังการประมูล15-20วัน โดยใน 1 วัน มีการเปิดประมูล4-5ครั้ง มีผู้ที่หลงเชื่อเข้ามาประมูลและสั่งซื้อทองคำเป็นจำนวนมาก
พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า ในระยะแรกเมื่อมีการประมูล หรือจำหน่ายทองคำ เมื่อมีการโอนเงินตามราคาประมูล หรือสั่งซื้อ ทางผู้ต้องหาจะส่งมอบทองคำตามที่ตกลงกัน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าผู้ประมูลหรือสั่งซื้อได้รับทองคำจริง สามารถนำไปขายต่อทำกำไรได้ แต่เมื่อมีผู้หลงเชื่อเข้ามาประมูลหรือซื้อทองคำกันมากขึ้น จะเริ่มมีผู้ที่ผันตัวเป็นแม่ทีม เปิดรับสมาชิกเข้ามาระดมทุนเพื่อสั่งซื้อทองคำจากผู้ต้องหา อ้างว่าจะนำทองคำที่ได้ไปขายแล้วเอากำไรมาแบ่งกันกับสมาชิก หรือประกาศขายต่อกับบุคคลอื่นอีกทอดหนึ่ง แต่ภายหลังเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เริ่มมีผู้เสียหายไม่ได้รับทองคำ เมื่อมีการติดตามทวงถามจะถูกบ่ายเบี่ยงว่าติดขัดปัญหาห้างทองไม่ได้ส่งมอบทองมาให้ หรือยินยอมจะชดใช้คืนเป็นเงินสด ไม่มีเจตนาที่จะฉ้อโกงแต่อย่างใด จนที่สุดก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กเมื่อกลางปี 2559 เพื่อเปิดให้มีการประมูลทองคำ และนำทองคำมาขายให้ผู้สนใจ โดยมีทองคำอยู่จริง เมื่อมีผู้ประมูลทองคำได้จะนำทองคำส่งมอบให้ทางไปรษณีย์ จนเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลมาคอยติดตามทวงถามเรื่องทองคำ ที่บ้านพักของตน ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับห้างทอง เพื่อนำทองคำมาส่งมอบให้ผู้เสียหายได้ อย่างไรก็ดียอมรับว่าไม่ได้เป็นผู้แทนของห้างทองแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่ติดต่อซื้อทองคำจากห้างทองต่างๆ ก่อนจะนำมาเปิดประมูล โดยทองคำน้ำหนัก 1 บาท ซึ่งซื้อมาในราคา 17,000-18,000 บาท เมื่อนำมาประมูลจะได้กำไรจากส่วนต่าง 2,000-3,000 บาท ที่ผ่านมา คิดวิธีการหลอกลวงโดยทำเพียงลำพังคนเดียว อย่างไรก็ดีในบางครั้งที่ยังไม่สามารถนำทองคำมาส่งมอบให้ผู้ประมูลได้จะชดใช้เงินคืนให้ผู้เสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ มีกลุ่มผู้เสียหายบางส่วนที่มาร่วมรับฟังการแถลงข่าวต่อว่าผู้ต้องหาด้วยสีหน้าไม่พอใจ และพยายามจะเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาด้วย แต่เจ้าหน้าที่สามารถป้องกันเหตุไว้ได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนนำส่งศาลอาญา ในวันที่ 22 เมษายนนี้

