พม.รับข้อเสนอเครือข่ายสิทธิเด็กฯเตรียมจัดเวทีระดมสมองแก้ปัญหาเด็ก

21.04.17 | 16:08 น.

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังหารือกับผู้แทนเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทยนำโดย นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ในการหารือส่งเสริมการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ว่า เครือข่ายสิทธิเด็กได้มานำเสนอสถานการณ์และข้อเสนอเกี่ยวกับประเด็นการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี รวมถึงประเด็นเด็กที่ต้องการการปกป้องคุ้มครองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเคลื่อนย้าย และการส่งเสริมใช้สื่อออนไลน์และคุ้มครองเด็กบนเทคโนโลยีสารสนเทศ

รมว.พม.กล่าวอีกว่า ตนได้รับหลักการที่เครือข่ายนำมาเสนอ พร้อมชี้แจงโครงการด้านเด็กที่รัฐดำเนินมาหลายด้านที่ผ่านมา อาทิ เงินอุดหนุนเด็ก ขณะที่การยติความรุนแรงต่อเด็กนั้น ตนเห็นด้วยแต่เบื้องต้นคงต้องมาคุยร่วมกันเพื่อหาแนวปฏิบัติที่ชัดเจน อาทิ ทำอย่างให้ผู้กำลังสร้างครอบครัวจะมีองค์ความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงลูก โดยอาจทำเป็นหลักสูตรหรือคู่มือการเลี้ยงลูก ที่จะสอนให้พ่อแม่ปลูกฝั่งวินัยลูก เลี้ยงและสอนอย่างมีจิตวิทยาและเข้าใจการพัฒนาของสมอง โดยอาจทำเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก พร้อมสร้างความเข้าใจว่าการตีลูกนั้นจะเป็นการสร้างบาดแผลในใจต่อเด็กและนำไปสู่ปัญหาในสังคม ส่วนเรื่องการเคลื่อนย้ายเด็กนั้น ตนขอกลับไปคิดดูก่อนว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ขณะที่ นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กล่าวเสริมภายหลังหารือว่า เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทยได้แสดงความเป็นห่วงมากเรื่องการที่ต่างคนต่างทำงาน และไม่คุยกันระหว่างเครือข่าย ภาคเอกชน ภาครัฐ อย่างเรื่องเด็กแว้นที่หน่วยงานทำไป เครือข่ายก็ทำกันไป ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกัน รมว.พม.จึงรับหลักการและสั่งการเร่งด่วนให้จัดเวทีพูดคุยที่ประกอบด้วย หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย ในการหาแนวทางที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาและดูแลเด็กอย่างไร หรืออาจจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กร่วมกัน โดยคาดว่าจะอยู่ภายในช่วง 2 เดือนนี้

อธิบดีดย.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทยยังนำเสนอประเด็นการเคลื่อนย้ายเด็ก โดยเฉพาะปัญหาเด็กต่างชาติที่อพยพติดตามผู้ปกครองมาทำงานในประเทศไทย เสี่ยงถูกบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ถูกนำมาขอทาน ถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ และอาจเข้าไม่ถึงการปกป้องคุ้มครองนั้น รมว.พม.ก็ได้ชี้แจงว่ารัฐได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง กฎหมายปัจจุบัน และรับหลักการมาเพื่อแก้ปัญหา

ด้าน นางสาววาสนา เก้านพรัตน์ ประธานเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา พม.ทำอะไรหลายอย่าง แต่บางอย่างเป็นเรื่องเฉพาะอาจต้องใช้ความพิเศษในการทำ และจะทำคนเดียวไม่ได้ เครือข่ายซึ่งมีหลักการและข้อมูลจึงมานำเสนอแนวทางการทำงานร่วมกัน อย่างการแก้ปัญหาเด็กที่ดีคือการทำให้คนแวดล้อมเด็กทำหน้าที่ ซึ่ง พม.เป็นกลไกสำคัญทำให้คนเหล่านั้นรู้หน้าที่ว่าต้องทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้มีระบุในกฎหมายและคู่มือมากมายว่าต้องทำอย่างไร เพียงแต่ไม่มีกลไกให้ประชาชนเข้าถึง เราจึงเจอข่าวความรุนแรงของเด็กและเยาวชนแทบทุกวัน ทั้งนี้ ก็พอใจผลการหารือที่ รมว.พม.รับหลักการและข้อเสนอ อย่างเรื่องการส่งเสริมทักษะการเลี้ยงลูกที่ดี

Advertisement

ประธานเครือข่ายสิทธิเด็กฯ กล่าวอีกว่า ยังได้นำเสนอเรื่องภัยออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทย แม้ตอนนี้เราจะมีกลไกกฎหมายเข้าไปกำกับดูแล แต่เอาเข้าจริงเด็กรู้ไม่เท่าทันและเปิดประตูรับสิ่งไม่ดีเข้ามา บางคนดึงตัวเองไปโดนทำร้ายถูกละเมิดและทางเพศ อาทิ แอพพลิเคชั่น bigo ที่ให้เด็กและเยาวชนสามารถโพสต์วิดีโอเปือยของตัวเองเข้าไป เพื่อแลกคะแนนอะไรต่างๆ ก็เสนอว่าเราจะทำอย่างไรให้รัฐสามารถวิ่งตามแก้ปัญหาภัยสื่อออนไลน์ได้

“จะเห็นว่าประเด็นด้านเด็กและเยาวชน พม.จะทำลำพังไม่ได้ ต้องเรียกกระทรวงอื่นๆ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย มาพูดคุยกัน มารวมพลังกัน เพราะหากต่างคนต่างทำอย่างนี้ พลังจะน้อย ฉะนั้นมาร่วมกันและเดินไปด้วยดี เพราะที่สุดประโยชน์ก็ตกกับเด็ก ผู้ปกครอง และประเทศซึ่งปีนี้เราจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมด้านเด็กของอาเซียนในเดือนกันยายน จะต้องมีผลงานเป็นรูปธรรม ดีกว่าจะมาตามแก้ปัญหาเด็กรายวันอย่างนี้” นางสาววาสนากล่าว

 

วาสนา – พล.ต.อ.อดุลย์ – วิทัศน์