‘ซูพีเรีย’ ยืนยันไม่เกี่ยวขนอสุจิ ข้ามประเทศ พร้อมแจ้งความกลับ

21.04.17 | 16:42 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 เมษายน ที่อาคารวานิช 2 นายศรายุธ อัสสมกร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที แถลงข่าวกรณีข่าวจับกุมผู้ขนถังไนโตรเจนบรรจุถังอสุจิ ว่า หลังจากปรากฎในข่าวว่ามีหลอดอสุจิของศูนย์ด้วย จึงได้มีการตรวจสอบพบว่า 2 ใน 6 หลอดเป็นของทางศูนย์จริง โดย 2 หลอดเป็นของคนไข้คนละคน เป็นชาวจีนและเวียดนาม และมีการมาขอเบิกอสุจิออกไปจากศูนย์ในวันที่ 17 และ 19 เมษายน 2560 โดยคนไข้ที่เป็นเจ้าของอสุจิไม่ได้มารับด้วยตนเอง แต่มีการมอบอำนาจให้คนไทยมารับอสุจิแทน แต่เป็นคนๆเดียวกันทั้ง2 ครั้ง ซึ่งศูนย์ได้มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างเข้มงวดแล้วว่าคนไข้ได้มีการมอบอำนาจจริง รวมทั้ง คนไข้ได้มีการลงนามเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างถูกต้องถึง 4 แผ่นว่าอสุจิที่ต้องการเบิกนั้นเป็นของคนไข้ที่มาขอเบิกจริง ทั้งหนังสือเดินทาง ใบมอบอำนาจและหนังสือสัญญาการฝากอสุจิ โดยคนไข้ให้เหตุผลว่าต้องการนำไปรักษาต่อที่คลินิกแห่งอื่น ศูนย์ก็ต้องดำเนินมอบให้ตามความต้องการของคนไข้เจ้าของอสุจิเพราะเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของคนไข้ แต่ทางศูนย์ได้มีการบอกและย้ำเสมอว่าการนำเข้า ส่งออกอสุจิออกนอกประเทศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายศรายุธ กล่าวด้วยว่า คนไข้ทั้ง 2 รายได้เข้ามาขอคำปรึกษาการรักษาผู้มีบุตรยากกับศูนย์ โดยหลังจากปรึกษากับแพทย์และเจ้าหน้าที่ คนไข้มีความประสงค์จะทำการเก็บอสุจิ ซึ่งปกติทางศูนย์มีบริการรับฝากอสุจิ รับฝากไข่อยู่แล้ว คล้ายๆกับธนาคารที่รับฝากเงิน มีกระบวนกานถูกต้องตามกฎหมาย มีการตรวจสอบเอกสารของคนไข้แต่ละรายอย่างละเอียด มีการทำสัญญารับฝากอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้ที่มารับบริการเรื่องการมีบุตรยากที่ศูนย์เป็นคนไทยร้อยละ 20 และต่างชาติร้อยละ 80 เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ เอเชียและแอฟริกาใต้

“อสุจิ 2 หลอดที่จ.หนองคายที่มีสัญลักษณ์ของศูนย์นั้น มีการเบิกไปจากที่นี่จริง ตามความประสงค์ของคนไข้ที่เป็นเจ้าของอสุจิ และศูนย์ต้องดำเนินการมอบให้ตามสิทธิของคนไข้ โดยคนไข้จะระบุเหตุผลว่าต้องการเอาไปรักษาที่คลินิกอื่นต่อไป ซึ่งการมาขอรับอสุจิคืนไปนั้น คนไข้ไม่จำเป็นต้องแจ้งกับศูนย์ว่าอสุจิที่นำไปมีปลายทางที่ใด เมื่อศูนย์มอบอสุจิให้ไปแล้วก็ถือว่าจบ ในส่วนของการขนส่งหรือนำอสุจิต่อไปที่ใดนั้น ศูนย์ไม่ได้รับรู้และมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นในการขนส่ง การขนส่งเคลื่อนย้ายคนไข้จะเป็ยคนดำเนินการเอง และที่ศูนย์ก็มีคนไข้มาเบิกอสุจิเสมอ” นายศรายุธ กล่าว

นายศรายุธ กล่าวอีกว่า ศูนย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกจับกุมแต่อย่างใด และไม่เคยมีการว่าจ้างผู้ๆถูกจับกุมให้ขนส่งอสุจิไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามที่ตกเป็นข่าว เพราะที่ผ่านมาศูนย์ไม่เคยให้การสนับสนุนการอุ้มบุญ หรือการซื้อขายอสุจิ ขายไข่เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรม ซึ่งศูนย์เตรียมที่จะมีการแจ้งความเอาผิดผู้ที่กล่าวหาพาดพิงศูนย์ในเรื่องนี้ต่อไป

วันเดียวกัน นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จากการประสานความร่วมมือกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.)นั้น ทาง สบส.ได้แจ้งว่าให้ทำการส่งถังไนโตรเจนไปตรวจกับทางโรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น แทนที่จะส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เนื่องจากโรงพยาบาลขอนแก่น ใกล้กว่าและมีเครื่องมือที่สามารถทำการตรวจได้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการขนส่งถังไนโตรเจนไปให้กับโรงพยาบาลขอนแก่น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะทราบผลตรวจภายใน 1 สัปดาห์

Advertisement