วันที่ 21 เมษายน 2560 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ครอบครัวลูกหลานอดีตทหารจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) ที่มีชีวิตอยู่ กว่า 15 คน นำโดย น.ส.ภรณี ชัยศิริ อายุ 68 ปี น.ส.ฉวีวรรณ ชัยศิริ อายุ 65 ปี บุตรสาวนายชัย ชัยศิริ หรือนายพลลี เหวินฮ้วน อดีตผู้นำทหารจีนก๊กมินตั๋ง ได้ยื่นหนังสือกับนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) แห่งใหม่ ที่บ้านสันติวนา หมู่ 6 ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ ซึ่งได้รับอนุญาต จากกองอำนวยการพัฒนา และจัดระเบียบพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ทางทหาร ของกองบัญชาการกองทัพไทย ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย วันที่ 19 เมษายน 2554 หรือ 6 ปีที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า การยื่นครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีกลุ่มบุคคล นำพระจากไต้หวันมาสร้างศาลเจ้าจีน ใกล้กับอนุสรณ์สถานดังกล่าว โดยอ้างการสร้างอนุสรณ์สถาน และศาลเจ้าจีน เพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคทั้งในและต่างประเทศ เป็นการแอบอ้างหาผลประโยชน์ และมีเจตนาแอบแฝงทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีบรรพบุรุษ ที่ร่วมปกป้องผืนแผ่นดินไทย จากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2510 หรือ 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนายปวิณ ได้รับเรื่องดังกล่าว พร้อมส่งเรื่องให้นายชูชีพ พงษ์ไทย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว ก่อนเสนอนายปวิณ พิจารณาตามลำดับ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที
น.ส.ฉวีวรรณ กล่าวว่า สาเหตุที่ร้องเรียนขอความเป็นธรรม เนื่องจากนายจิงเหลียง แซ่หลู่ หรือหลู่ จิงเหลียง ชาวดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย อดีตคณะกรรมการก่อสร้างอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 (ก๊กมินตั๋ง) ร่วมกับพระไต้หวัน ระดมทุนก่อสร้างอนุสรณ์สถาน และศาลเจ้าจีน โดยทางครอบครัวลูกหลานอดีตทหารจีน ไม่รับทราบ และไม่ได้อนุญาตให้เรี่ยไรเงินบริจาคดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้สร้างอนุสรณ์สถานแห่งใหม่เท่านั้น ไม่ได้ให้สร้างศาลเจ้าจีน เพื่อให้ครอบครัวลูกหลาน ได้กราบไหว้สักการะในวันเซ้งเม้ง ไม่ได้มีเจตนาหาผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าว ทำเป็นขบวนการเพื่อหาผลประโยชน์ โดยอ้างเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก

“กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้อ้างชื่อข้าราชการระดับสูงท่านหนึ่งมาเป็นที่ปรึกษาสร้างอนุสรณ์สถาน และศาลเจ้าจีน โดยติดประกาศกลางหมู่บ้าน พร้อมแจกแผ่นผับให้แก่ผู้ที่จะร่วมบริจาคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยภาษาจีนและไทย เชื่อว่าเป็นการแอบอ้าง เพื่อหาผลประโยชน์ดังกลาว เนื่องจากมีผู้บริจาคเงินผ่านบัญชีที่ตรวจสอบได้ กว่า 20 ล้านบาทแล้ว และไม่ทราบว่าเงินดังกล่าว ไปอยู่ที่ไหน” น.ส.ฉวีวรรณ กล่าว
ต่อมา นายอนวัช สัตบุศย์ นายอำเภอไชยปราการ มีหนังสือที่ ชม 2118/ว 044 ลงวันที่ 31 มกราคม 2560 เชิญเข้าร่วมประชุมหารือ กรณีความขัดแย้งการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน อดีตทหารจีนคณะชาติ บ้านถ้ำง๊อบ หมู่ 6 ต.หนองบัว โดยมีทหารจากกองกำลังผาเมืองเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติ อนุญาตให้นายจิงเหลียง แซ่หลู่ พร้อมพวกก่อสร้างอนุสรณ์สถาน และศาลเจ้าดังกล่าวได้ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากครอบครัว ลูกหลานอดีตทหารจีน ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายอนวัช และปลัดอำเภอในฐานะหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไชยปราการ จึงขอให้นายปวิณ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ดังกล่าว ทำให้เกียรติยศบรรพบุรุษอดีตสหายจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 ต้องเสื่อมเสีย และเกิดความแตกแยกในชุมชนอย่างรุนแรง

นายปวิณ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายชูชีพ ไปศึกษาข้อมูลความเป็นไปเป็นมาของโครงการดังกล่าว และวิเคราะห์ความขัดแย้งว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องขอเวลารวบรวมข้อมูลและหาแนวทางแก้ปัญหา ต้องได้ข้อมูลชัดเจนก่อน เชื่อว่าอาจได้ข้อยุติเร็ว ๆ นี้
สำหรับ นายชัย ชัยศิริ หรือนายพลลี เหวินฮ้วน เสียชีวิตเมื่อปี 2543 หรือ 17 ปี ที่ผ่านมา ขณะอายุได้ 83 ปี ปัจจุบัน มีอายุรวม 100 ปีแล้ว

