แพทย์เผยอาการ ขณะนำร่าง พนักงานสวนสัตว์ถูกสิงโตรุมกัด เข้ารักษารพ. จ่อส่งศพชันสูตร

10.09.25 | 17:39 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน จากกรณีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ซาฟารีเวิลด์ วัย 58 ปี ถูกฝูงสิงโตรุมขย้ำเสียชีวิต ต่อหน้านักท่องเที่ยวจำนวนมาก นพ.ประภาส ธีระกุล ผอ.โรงพยาบาลอินทรารัตน์ พร้อม พญ.ณิชากร วงค์คม แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ชี้แจงกรณีการรับตัวผู้บาดเจ็บจากการถูกสิงโตทำร้ายจนเสียชีวิต

พญ.ณิชากรเปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์นำร่างนายเจียนมาส่งถึงห้องฉุกเฉิน เมื่อเวลา 12.10 น. ระหว่างนั้นตนเป็นแพทย์เวรประจำห้องฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อผู้บาดเจ็บมาถึงทางแพทย์กู้ชีพทันที เนื่องจากคนไข้ไม่มีชีพจรแล้ว แต่การกู้ชีพไม่เป็นผล เนื่องจากร่างกายมีบาดแผลสาหัสหลายตำแหน่ง ซึ่งเป็นบาดแผลอาจทำให้เสียชีวิตได้แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลตำแหน่งของบาดแผลได้

ในส่วน นพ.ประภาส ธีระกุล ผอ.โรงพยาบาลอินทรารัตน์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตถูกนำไปเก็บในห้องรักษาศพอยู่ในช่วงระหว่างพูดคุยกับทางญาติผู้เสียชีวิตและพนักงานสอบสวนว่าจะส่งผู้เสียชีวิตชันสูตรที่โรงพยาบาลไหน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนโดยไม่ได้มีช่วงเวลาจำกัด เนื่องจากว่าการส่งศพไปตรวจชันสูตรทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน น.ส.รัตนาภร อายุ 57 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทั้งน้ำตาหลังจากสูญเสียสามีอย่างกะทันหันว่า รู้สึกตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เมื่อทราบข่าวจึงรีบมาที่โรงพยาบาลทันที ยอมรับว่าไม่กล้าเข้าไปดูหน้าสามีเนื่องจากยังทำใจไม่ได้ ที่ผ่านมาสามีทำงานอยู่ที่ซาฟารีเวิลด์มาตั้งแต่สมัยหนุ่ม จนตอนนี้ก็ใกล้จะเกษียณอายุ เป็นคนรักงานมาก รักสัตว์ และเป็นคนใจเย็นรอบคอบ เมื่อ 2 วันก่อนยังคุยกันถึงชีวิตหลังเกษียณอายุ สามีมีความฝันว่าหลังจากเกษียณจะนำเงินไปซื้อที่ดินประมาณ 1 ไร่เล็กๆ ที่ต่างจังหวัด เป็นที่อยู่อาศัยด้วยกันในบ้านปลายชีวิตแล้วก็ประกอบอาชีพเกษตรกร

ส่วนหน้าที่สามีไม่ทราบรายละเอียดมากนัก รู้ว่ามีส่วนรับผิดชอบในการดูแลสิงโตกับเสือมานานจะคอยบอกสามีเสมอว่าทำงานกับสัตว์ดุร้ายจะต้องระมัดระวัง เพราะเดาใจมันไม่ถูก สามีก็ทราบดีและที่ผ่านมาสามีไม่เคยได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกสัตว์ทำร้าย มีเพียงแค่ได้รับบาดแผลจากรถยนต์เท่านั้น สิ่งที่อยากจะบอกกับสามีคือ ในเมื่อเดินคนละทางกันแล้ว ยังรัก เป็นห่วง และคิดถึงมาก เขาตั้งใจทำงานทุกวันเพื่อครอบครัว และเมื่อเสาหลักครอบครัวขาดไปยอมรับว่าจากนี้ชีวิตคงลำบาก เพราะที่ผ่านมาสามีจะคอยช่วยเหลือเตรียมของให้สำหรับไปขายทุกวัน และสามีเป็นคนเข้มแข็งมากไม่เคยท้อเลย มีแต่ตนที่อ่อนแอและสามีก็ให้กำลังใจเสมอ

Advertisement

ภรรยาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ส่วนกระแสสังคมตั้งคำถามมากมายถึงเรื่องสุขภาพสามี ขอยืนยันและอยากขอความเป็นธรรมให้กับสามีว่าที่ผ่านมาสามีไม่ได้มีความเครียด ไม่ได้มีปัญหาครอบครัว หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไม่เคยยืนเหม่อ และมีอาการเจ็บป่วยเลย ไม่มีประวัติการรักษาอาการทางจิตด้วย ที่หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมสามีถึงต้องลงจากรถนั้นไม่ทราบรายละเอียด ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัท แต่มองว่าเรื่องดังกล่าวควรจะต้องมีคนรับผิดชอบ เพื่อความเป็นธรรมกับชีวิตของคนหนึ่งที่ตั้งใจทำงานมาตลอดแทบไม่ได้หยุด

ด้านนายสุรชัย น้องชายผู้เสียชีวิต หลังทราบเรื่องเดินทางมาโรงพยาบาลซึ่งพูดคุยกับทางแพทย์และดูฟิล์มพบว่าคอหัก มีบาดแผลฉกรรจ์กันที่หน้าอกรวมถึงขาหัก ตอนมาถึงไม่พบใครแล้ว รู้แต่ว่ามีรถพยาบาลสวนสัตว์นำส่ง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกับทางสวนสัตว์ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทราบแต่เพียงว่าทาง รพ.จะส่งศพไปชันสูตร ตอนนี้ยอมรับว่าสภาพจิตใจทางครอบครัวแย่มาก ยังรับไม่ได้กับความสูญเสียพี่ชายคนโตซึ่งเป็นเสาหลักไปได้ หลังจากนี้คงต้องสู้กันต่อไป ส่วนจะเป็นความประมาทของพี่ชายหรือไม่นั้น ไม่สามารถบอกได้อยากจะขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชายเพราะส่วนหนึ่งพี่ชายทำงานให้กับสวนสัตว์ดูแลโซนเสือ โซนสิงโตมานานเกือบ 20 ปี ควรจะมาดูแลบ้าง และผ่านมาเท่าที่ทราบพี่ชายไม่เคยถูกสัตว์ทำร้ายมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รุนแรงที่สุด เป็นความสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว